ฎีกาที่ 3513/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรม ผู้ร้องมิได้เป็นทายาทผู้ตายแต่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในฐานะเป็นผู้รับพินัยกรรมหากพินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้างผู้ตายได้กระทำลงขณะป่วยหนัก สติฟั่นเฟือน ไม่รู้สึกผิดชอบดังคำคัดค้านของผู้คัดค้านพินัยกรรมนั้นก็เป็นโมฆะ ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการ มรดก ฉะนั้น ประเด็นข้อพิพาทที่ว่าพินัยกรรมตามคำร้องขอมีผลใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่ จึงเป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จำต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยจึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณา
ย่อยาว
ผู้ร้องยื่นคำร้องขอต่อศาลขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งให้ผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก พินัยกรรมของนายไข่หรือประชิต เบญจศรี ผู้ตาย โดยอ้างว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมยกที่ดินและโรงเรือนให้ผู้ร้องกับนางเหว หรือยกเหว เบญจศรี ภรรยาผู้ตาย และยกทรัพย์ให้พี่สาวของผู้ตายอีก 4 คน แต่มิได้ตั้งผู้ใดเป็นผู้จัดการ มรดก หลังจากผู้ตายถึงแก่ความตายผู้ร้องประสงค์จะจดทะเบียนโอนทรัพย์ มรดก เป็นชื่อผู้ร้องพนักงานเจ้าหน้าที่แนะนำให้ยื่นคำร้องต่อศาลขอตั้งผู้จัดการ มรดก เสียก่อน ผู้ร้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่เคยถูกศาลสั่งให้เป็นผู้ไร้หรือเสมือนไร้ความสามารถหรือเป็นบุคคลล้มละลาย ผู้คัดค้านทั้งสี่ร้องคัดค้านว่า ผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นพี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับผู้ตาย พินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้างหากมีจริง ก็กระทำขึ้นในระหว่างที่ผู้ตายเจ็บป่วยหนักขาดสติสัมปชัญญะ ใกล้ตาย พินัยกรรมดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ผู้คัดค้านทั้งสี่ไม่ไว้วางใจผู้ร้องที่จะจัดการทรัพย์ มรดก แต่ผู้เดียว หากศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ก็ขอให้ตั้งผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นผู้จัดการ มรดก ร่วมกับผู้ร้องด้วย ผู้คัดค้านทั้งสี่ไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1718 ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้องและตั้งผู้คัดค้านทั้งสี่เป็นผู้จัดการ มรดก ของผู้ตาย ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ประเด็นแห่งคดีมีเพียงว่าสมควรตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก รายนี้ร่วมกับผู้คัดค้านหรือไม่ เห็นว่าผู้ร้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1718 และมีส่วนได้เสียในทรัพย์ มรดก ตามพินัยกรรมจึงสมควรเป็นผู้จัดการ มรดก ประเด็นอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ร่วมกับผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านทั้งสี่ฎีกาว่าที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยเรื่องพินัยกรรมว่ามีผลใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่นั้นไม่ชอบ เพราะผู้คัดค้านทั้งสี่ได้คัดค้านไว้แล้วว่าเป็นพินัยกรรมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลชั้นต้นก็ได้กำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้แล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งผู้ร้องเป็นผู้จัดการ มรดก ตามพินัยกรรม ผู้ร้องมิได้เป็นทายาทของนายไข่หรือประชิตผู้ตายแต่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในฐานะเป็นผู้รับพินัยกรรม หากพินัยกรรมที่ผู้ร้องอ้าง ผู้ตายได้กระทำลงในขณะป่วยหนัก สติฟั่นเฟือน ไม่รู้สึกผิดชอบดังคำคัดค้านของผู้คัดค้านทั้งสี่ พินัยกรรมนั้นก็เป็นโมฆะ ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจร้องต่อศาลขอให้ตั้งผู้จัดการ มรดก ฉะนั้นประเด็นข้อพิพาทที่ว่าพินัยกรรมตามคำร้องขอมีผลใช้ได้ตามกฎหมายหรือไม่จึงเป็นประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จำต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ การที่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัยจึงไม่ชอบด้วยวิธีพิจารณาความ พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่งสำนวนคืนศาลอุทธรณ์เพื่อพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3513/2525 นายประวิทย์ เบญจศรี ผู้ร้อง นางขุ้ย คงทิพย์ กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1712 , ม. 1713