ฎีกาที่ 2629/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีอื่นร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลย ในคดีที่โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ จำนอง ยึดไว้ เพื่อขายทอดตลาดนั้น มิใช่เป็นกรณีเฉลี่ยทรัพย์โดยตรงกับโจทก์ เพราะโจทก์เป็นเจ้าหนี้ จำนอง แต่เป็นกรณีที่ผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระจากเงินที่เหลือภายหลังที่ได้ชำระให้แก่โจทก์แล้ว ต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 มาบังคับใช้โดยอนุโลม เมื่อผู้ร้องได้ยื่นคำร้องเข้ามาก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาด. ศาลจึงอนุญาตให้ผู้ร้องรับเงินตามสิทธิได้ มาตรา 290 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเจ้าหนี้ ดังนั้นข้ออ้างที่ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้ซึ่งเป็นข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ด้วยกัน จำเลยผู้เป็นลูกหนี้จะยกขึ้นโต้แย้งหาได้ไม่
ย่อยาว
กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และให้จำเลยไถ่ถอน จำนอง ที่ดินพร้อมสิ่งปลูสร้าง หากไม่ชำระหนี้และไม่ไถ่ถอน จำนอง ให้ยึดทรัพย์ จำนอง ออกขายทอดตลาดชำระหนี้แก่โจทก์เจ้าพนักงานบังคับคดียึดและประกาศขายทอดตลาดที่ดินทั้งสองแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหนี้จำเลยตามคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 182/2522 จำเลยมีที่ดินสองแปลงและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกยึดในคดีนี้เท่านั้น จำเลยไม่มีทรัพย์สินอย่างอื่นที่ผู้ร้องจะเอาชำระหนี้ได้ขอให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยทรัพย์ของจำเลยที่ขายได้ในคดีนี้ หากโจทก์ปลด จำนอง ให้แก่จำเลย ขอให้ผู้ร้องเข้าสวมสิทธิยึดทรัพย์ของจำเลยต่อไป โจทก์แถลงไม่คัดค้านแต่โจทก์ขอรับชำระหนี้ จำนอง ก่อน จำเลยแถลงคัดค้านหลายประการ และขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเฉลี่ยในจำนวนเงินที่เหลือจากการชำระหนี้ จำนอง ได้ และอนุญาตให้ผู้ร้องสวมสิทธิในการบังคับคดีได้ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอเข้าสวมสิทธิการยึดทรัพย์ของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าทรัพย์ของจำเลย จำนอง ไว้ต่อโจทก์และยังไม่ได้ขายทอดตลาด ผู้ร้องไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์นั้น เห็นว่ากรณีนี้มิใช่เรื่องเฉลี่ยทรัพย์โดยตรงกับโจทก์ เพราะโจทก์เป็นเจ้าหนี้ จำนอง ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลยที่ จำนอง ก่อนผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้สามัญแต่เป็นเรื่องผู้ร้องมีสิทธิได้รับชำระจากเงินที่เหลือภายหลังที่ได้ชำระให้แก่โจทก์แล้ว ซึ่งก็ต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 มาบังคับใช้โดยอนุโลม และผู้ร้องก็ได้ยื่นคำร้องเข้ามาก่อนสิ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันขายทอดตลาดตามที่บัญญัติไว้ในมาตราดังกล่าวแล้ว ศาลจึงอนุญาตให้ผู้ร้องรับเงินตามสิทธิได้ ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยเป็นผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์ที่โจทก์นำยึด ย่อมโต้แย้งได้ว่าจำเลยยังมีทรัพย์สินอื่นที่ผู้ร้องสามารถเอาชำระหนี้ได้นั้น เห็นว่า มาตรา 290แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งนี้ เป็นบทบัญญัติที่คุ้มครองเจ้าหนี้ดังนั้นข้ออ้างดังกล่าวจึงเป็นข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าหนี้ด้วยกัน หาใช่เป็นข้อที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้จะยกขึ้นโต้แย้งได้ดังที่จำเลยเข้าใจไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2629/2525 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัด จรัสเมืองยนต์ ผู้ร้อง นายสุวิทย์ ภู่ริยะพันธ์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 290