ฎีกาที่ 3897/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความที่ว่า หากครบสัญญา เช่า แล้วโจทก์จะให้จำเลยเป็นผู้ เช่า ต่อเป็นรายแรก ไม่อาจตีความว่าเป็นสัญญา เช่า เพราะไม่มีรายละเอียดในเรื่องกำหนดระยะเวลา เช่า และอัตราค่า เช่า ซึ่งถือเป็นสารสำคัญของสัญญา เช่า ทรัพย์ แสดงว่าโจทก์จำเลยจะต้องตกลงกันในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อยังไม่มีการตกลงกันก็ต้องถือว่ายังไม่มีสัญญาต่อกัน จำเลยจะขอให้บังคับโจทก์ยอมให้จำเลย เช่า ทรัพย์ไม่ได้
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากตึกแถวของโจทก์ ต่อมาโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า โจทก์ยอมให้จำเลย เช่า ตึกแถวของโจทก์ไปอีก 1 ปี และหากครบสัญญาแล้ว โจทก์จะให้จำเลยเป็นผู้ เช่า ต่อเป็นรายแรก จำเลยยอมให้ค่าตอบแทนแก่โจทก์เป็นเงิน 22,500 บาท รวมทั้งค่า เช่า ที่ติดค้าง และค่า เช่า เดือนละ 350 บาท นับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด จำเลยยื่นคำร้องว่า เมื่อครบกำหนดหนึ่งปีตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว โจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญาประนีประนอมยอมความ จึงขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้โจทก์ดำเนินการให้จำเลยได้ เช่า ตึกแถวที่พิพาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวข้างต้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าโจทก์ตกลงให้จำเลย เช่า ที่พิพาทต่อเป็นเวลาเท่าใด และจะคิดค่า เช่า กันในระยะหลังนี้อย่างไร สำหรับข้อความที่ว่า "หากครบสัญญาแล้วโจทก์จะให้จำเลยเป็นผู้ เช่า ต่อเป็นรายแรก" ไม่อาจตีความว่าเป็นสัญญา เช่า ได้ เพราะไม่มีรายละเอียดในเรื่องกำหนดระยะเวลา เช่า และอัตราค่า เช่า ซึ่งถือว่าเป็นสารสำคัญของสัญญา เช่า ทรัพย์ แสดงว่าโจทก์จำเลยจะต้องตกลงกันในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง เมื่อยังไม่มีการตกลงกัน ก็ต้องถือว่ายังไม่มีสัญญาต่อกัน จึงไม่มีทางที่จะบังคับให้โจทก์ยอมให้จำเลย เช่า ทรัพย์ตามคำร้องของจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3897/2525 นางรัศมี คณานับ โจทก์ นายจำรัส โกอ่อนศรี จำเลย ป.พ.พ. ม. 537 , ม. 850 , ม. 852