ฎีกาที่ 3566/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยมอบให้โจทก์เป็นผู้หาบริษัท ประกันภัย เข้าทำสัญญา ประกันภัย กับจำเลย เมื่อสิ้นสุดอายุสัญญาแล้วจำเลยขอให้โจทก์จัดการต่ออายุกรมธรรม์ไปอีก 1 ปี โจทก์ได้จัดการให้และได้ชำระเบี้ย ประกันภัย ให้แก่บริษัทผู้รับ ประกันภัย แทนจำเลยไปแล้ว โจทก์จึงฟ้องเรียกเงินจำนวนนี้จากจำเลย ดังนี้จำเลยจะยกข้อตกลงในสัญญา ประกันภัย ที่ว่าเมื่อจำเลยไม่ส่งเบี้ย ประกันภัย ในงวดต่อไป ถือว่าสัญญา ประกันภัย เป็นอันสิ้นสุดลงนั้น มาต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ชำระเบี้ย ประกันภัย แทนจำเลยไม่ได้ เพราะข้อตกลงดังกล่าวจำเลยจะยกเป็นข้อต่อสู้ได้เฉพาะกับบริษัทผู้รับ ประกันภัย ซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น การที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินจากจำเลยกรณีนี้ เป็นเรื่องตัวแทนเรียกเงินทดรองที่จ่ายไปคืนจากตัวการ มิใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ค้าในการดูแลกิจการของผู้อื่น หรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นรวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(7) กรณีเป็นเรื่องไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่น ต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 บริษัทผู้รับ ประกันภัย ได้จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่เรือของจำเลยซึ่งเอา ประกันภัย ไว้ถูกปล้น โดยจ่ายเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์ไว้ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าจำเลยยังมิได้ชำระเงินเบี้ย ประกันภัย ที่โจทก์จ่ายทดรองไปก่อนคืนให้แก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนดังกล่าวไว้และมีสิทธินำมาหักกลบลบหนี้กับจำเลยได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้มอบให้โจทก์จัดหาผู้รับ ประกันภัย เข้าทำสัญญา ประกันภัย กับจำเลย เมื่อสัญญา ประกันภัย หมดอายุลงแล้วจำเลยมอบให้โจทก์ต่ออายุสัญญาไปอีก 1 ปี จำเลยชำระเบี้ย ประกันภัย เพียงหนึ่งงวดส่วนที่เหลืออีกสามงวดโจทก์ได้ชำระแทนจำเลยไปแต่จำเลยมีสิทธิได้รับเบี้ย ประกันภัย คืนจากผู้รับ ประกันภัย บางส่วนและผู้รับ ประกันภัย ได้จ่ายเงินชดเชยในกรณีเรือของจำเลยถูกปล้นเมื่อนำเงินดังกล่าวมาหักกับเงินเบี้ย ประกันภัย ที่โจทก์ชำระแทนจำเลยไปแล้ว จำเลยยังคงเป็นหนี้โจทก์อยู่ จึงขอให้จำเลยชำระหนี้จำนวนที่ค้างพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เมื่อสัญญา ประกันภัย สิ้นอายุลงแล้วจำเลยไม่เคยมอบให้โจทก์ต่ออายุให้อีก เมื่อจำเลยไม่ชำระเบี้ย ประกันภัย กรมธรรม์เป็นอันยกเลิก จำเลยไม่ต้องรับผิด ฟ้องโจทก์ขาดอายุความเงินค่าชดเชยกรณีเรือจำเลยถูกปล้นซึ่งผู้รับ ประกันภัย ชำระแก่โจทก์ไว้นั้นโจทก์จะนำมาหักกลบลบหนี้ไม่ได้ ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์คืนเงินค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินเบี้ย ประกันภัย คืนให้โจทก์ จำเลยจึงไม่มีสิทธิเรียกเงินค่าชดเชยดังกล่าวได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินและดอกเบี้ยแก่โจทก์ตามฟ้อง ให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการที่จำเลยไม่ส่งเบี้ย ประกันภัย ในงวดต่อไป ถือว่าสัญญา ประกันภัย เป็นอันสิ้นสุดลงนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าข้ออ้างนี้จำเลยจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้เฉพาะกับบริษัทผู้รับ ประกันภัย ซึ่งเป็นคู่สัญญาเท่านั้น จำเลยจะยกข้อนี้ขึ้นต่อสู้กับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ชำระเบี้ยประกันแทนจำเลยไม่ได้ ส่วนปัญหาเรื่องอายุความ กรณีของโจทก์เป็นเรื่องตัวแทนเรียกเงินทดรองที่จ่ายไปคืนจากตัวการ มิใช่กรณีที่โจทก์เป็นผู้ค้าในการดูแลกิจการของผู้อื่น หรือรับทำการงานต่าง ๆ เรียกเอาสินจ้างอันจะพึงได้รับในการนั้นรวมทั้งค่าที่ได้ออกเงินทดรองไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 165(7) กรณีเป็นเรื่องไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้เป็นอย่างอื่นต้องใช้อายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์ต้องรับผิดตามฟ้องแย้งหรือไม่ เห็นว่าการที่จำเลยฟ้องแย้งเรียกเอาเงินชดใช้ค่าเสียหายกรณีเรือถูกปล้นในระหว่าง ประกันภัย นั้นเป็นการฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่จำเลยมีสิทธิได้รับจากบริษัทผู้รับ ประกันภัย โดยบริษัทผู้รับ ประกันภัย ได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ไว้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยยังมิได้ชำระเบี้ย ประกันภัย ให้แก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีสิทธิยึดหน่วงเงินจำนวนนี้ไว้ และมีสิทธินำมาหักกลบลบหนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 เพราะเป็นมูลหนี้เดียวกัน เจ้าหนี้ลูกหนี้เป็นคน ๆ เดียวกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3566/2525 บริษัทเสถียรภาพเจนกิจ จำกัด โจทก์ บริษัทชรินธร จำกัด จำเลย ป.พ.พ. ม. 164 , ม. 165 (7) , ม. 241 , ม. 341 , ม. 816