ฎีกาที่ 3410/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับจดและต่อทะเบียนยานพาหนะเก็บรักษาเงินค่า ภาษี ยานพาหนะและค่าแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนยานพาหนะ ได้รับเงินที่ผู้มาต่อทะเบียนมอบให้ด้วยความสมัครใจเป็นค่าบริการการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 เพราะเงินดังกล่าวใช้เป็นทรัพย์ที่จำเลยมีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษา ทั้งไม่ใช่เป็นเงินของทางราชการหรือของรัฐบาลด้วย โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147,154 และ 157 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 147 ข้อหาอื่นให้ยกเสียโจทก์มิได้อุทธรณ์ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงยุติแล้วโจทก์จะฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในฐานความผิดตามมาตรา 157อีกไม่ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รับจดและต่อทะเบียนยานพาหนะ เก็บรักษาเงินค่า ภาษี ยานพาหนะและค่าแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนแล้วนำเข้าเป็นรายได้ของกรมตำรวจ จำเลยได้รับจดต่อทะเบียน ภาษี รถจักรยานยนต์ 3 คัน เป็นเงินค่า ภาษี คนละ 100 บาท ค่าแผ่นป้ายเลขหมายทะเบียนคันละ 50 บาท รวมเป็นเงิน 450 บาท แต่จำเลยโดยทุจริตได้เรียกเก็บเงินรวม 525 บาทจากนายบรรเทา ผู้มาต่อทะเบียนซึ่งเกินไป 75 บาท จำเลยไม่ออกใบเสร็จรับเงินค่า ภาษี และค่าแผ่นป้าย แล้วจำเลยเบียดบังเอาเงิน 525 บาทนั้นไว้โดยทุจริต ทำให้แผนกยานพาหนะกองกำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์และนายบรรเทาได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 154 และ 157 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ให้จำคุกจำเลย ข้อหาอื่นให้ยกเสีย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าเงินค่า ภาษี และค่าแผ่นป้ายหมายเลขทะเบียนรวม 450 บาท จำเลยได้ออกใบเสร็จรับเงินและส่งให้แผนกทะเบียน ภาษี ยานพาหนะถูกต้องแล้ว ส่วนเงินจำนวน 75 บาทที่เกินไปนั้น เป็นเงินของนายบรรเทามอบให้จำเลยด้วยความสมัครใจเป็นค่าบริการ หาใช่เป็นทรัพย์ที่จำเลยผู้เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาแต่อย่างใดไม่ ทั้งไม่ใช่เป็นเงินของทางราชการหรือของรัฐบาลด้วย การที่จำเลยรับเอาเงินจำนวน 75 บาทนี้ไว้จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ที่โจทก์ฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า แม้การเรียกเก็บเงิน 75 บาทที่เกินไปจะไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 แต่การกระทำของจำเลยก็เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่นายบรรเทา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147มาตรา 154 และมาตรา 157 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 147 ข้อหาอื่นให้ยกเสีย โจทก์มิได้อุทธรณ์ ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 จึงยุติแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์จะยกขึ้นฎีกาอีกหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3410/2525 พนักงานอัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ จ่าสิบตำรวจทอง จันทร์ฟู จำเลย ป.อ. ม. 147 , ม. 157 ป.วิ.อ. ม. 195 , ม. 215 , ม. 225