ฎีกาที่ 3747/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 6
พ.ศ. 2507 · approved_effective_date_selection
มาตรา 6 บรรดาป่าที่เป็นป่าสงวนอยู่แล้วตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองและสงวนป่าก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้ เมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรกำหนด...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 9
พ.ศ. 2507 · approved_effective_date_selection
มาตรา 9 ให้ปิดประกาศสำเนากฎกระทรวงและแผนที่ท้ายกฎกระทรวง ตามมาตรา 6 วรรคสอง หรือมาตรา 7 ไว้ ณ ที่ทำการอำเภอหรือกิ่งอำเภอท้องที่ที่ทำการกำนันท้องที่ และที่เปิดเผยเห็นได้ง่ายในหมู่บ้...
ย่อสั้น
จำเลยขุดดินทำคันนาในที่ดินป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุอันเป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำความผิดในคดีก่อนคือการยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุที่ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว การขุดดินทำคันนาเป็นการแสดงออกว่าจำเลยยังคงเป็นผู้ยึดถือครอบครองอยู่ ถือไม่ได้ว่าจำเลยทำลายและทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติขึ้นใหม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2523 ถึงวันที่ 21 กรกฎาคม2524 จำเลย บุกรุก เข้ายึดถือ ครอบครองแผ้วถางป่าดงคันไทรซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติเพื่อยึดถือครอบครองที่ดินดังกล่าว เป็นการทำลายและทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานและมิได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 4, 6, 9, 14, 31พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 มาตรา 3กฎกระทรวงฉบับที่ 380 (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2511 และสั่งให้จำเลยกับบริวารออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่จำเลยยึดถือครอบครองด้วย จำเลยให้การปฏิเสธและต่อสู้ว่าจำเลยเคยถูกพนักงานอัยการฟ้องมาครั้งหนึ่งแล้ว คดีถึงที่สุด ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14, 31 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2522 มาตรา 3 วางโทษจำคุกและปรับโทษจำคุกให้รอการลงโทษ ให้จำเลยและบริวารออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติที่จำเลยครอบครองนับแต่วันพิพากษาเป็นต้นไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุตลอดมาหาได้ออกไปแล้วกลับเข้ายึดถือครอบครองใหม่ไม่ แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยขุดดินทำคันนาในที่เกิดเหตุ เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2523 ก็เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องมาจากการกระทำความผิดในคดีก่อน คือการยึดถือครอบครองที่เกิดเหตุที่ศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยไปแล้ว การขุดดินทำคันนาเป็นการแสดงออกว่าจำเลยยังคงเป็นผู้ยึดถือครอบครองอยู่ ถือไม่ได้ว่าจำเลยทำลายและทำให้เสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติขึ้นใหม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3747/2525 พนักงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายเกิด เย้ายวน จำเลย พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ม. 14 , ม. 31 ป.วิ.อ. ม. 39 (4)