ฎีกาที่ 2467-2468/2525
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการฟ้องหาว่าจำเลย บุกรุก ที่ดินแปลงเดียวกับสำนวนแรกและ บุกรุก ในวันเดียวกัน แต่สำนวนแรกโจทก์ไม่ได้บรรยายว่า จำเลย บุกรุก ที่ดินส่วนไหน เนื้อที่เท่าไร และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด โจทก์เพิ่งมาบรรยายฟ้องในสำนวนหลังว่า จำเลย บุกรุก เป็นบางส่วน โจทก์จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยตามสำนวนแรก ภายหลังฟ้องแล้วจำเลยยังทำการ บุกรุก เรื่อยมาจนกระทั่งหมดทั้งแปลง และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย ดังนี้ ฟ้องโจทก์สำนวนหลังระบุถึงการ บุกรุก ของจำเลยในที่ดินแปลงเดียวกันในคราวเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกันกับสำนวนแรกความประสงค์ของโจทก์ที่ฟ้องสำนวนหลังก็เพื่อจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลยซึ่งโจทก์อาจเรียกร้องได้ตั้งแต่สำนวนแรก แต่โจทก์มิได้เรียกร้องไว้ โจทก์เพิ่งมาเรียกร้องในสำนวนหลัง ฟ้องโจทก์สำนวนหลัง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1)
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์สำนวนหลังไม่เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับสำนวนแรก พิพากษาให้จำเลยและจำเลยร่วมในสำนวนแรกออกจากที่ดินของโจทก์ และร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกาทั้งสองสำนวน ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อวินิจฉัยต่อไปมีว่า ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำกับสำนวนแรกหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์สำนวนหลังเป็นการฟ้องหาว่าจำเลย บุกรุก ที่ดินแปลงเดียวกับสำนวนแรก และ บุกรุก ในวันเดียวกันคือวันที่ 19 กรกฎาคม 2518 แต่สำนวนแรกโจทก์ไม่ได้บรรยายว่าจำเลย บุกรุก ที่ดินส่วนไหนเนื้อที่เท่าไร และโจทก์ได้รับความเสียหายเพียงใด โจทก์เพิ่งมาบรรยายฟ้องในสำนวนหลังว่า จำเลย บุกรุก เป็นบางส่วน โจทก์จึงได้ฟ้องขับไล่จำเลยตามสำนวนแรก ภายหลังฟ้องแล้วจำเลยยังทำการ บุกรุก เรื่อยมาจนกระทั่งหมดทั้งแปลง และขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหายด้วย ดังนี้ เห็นได้ชัดว่า ฟ้องโจทก์สำนวนหลังระบุถึงการ บุกรุก ของจำเลยในที่ดินแปลงเดียวกัน ในคราวเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกันกับสำนวนแรก ความประสงค์ของโจทก์ที่ฟ้องสำนวนหลังก็เพื่อจะเรียกร้องเอาค่าเสียหายจากจำเลย ซึ่งโจทก์อาจเรียกร้องได้ตั้งแต่สำนวนแรก แต่โจทก์มิได้เรียกร้องไว้โจทก์เพิ่งมาเรียกร้องในสำนวนหลัง ฟ้องโจทก์สำนวนหลังจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง(1) ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์สำนวนหลัง ค่าฤชาธรรมเนียมสำนวนหลังทั้งสามศาล กับค่าทนายความสำนวนแรกในชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2467 - 2468/2525 นางลินจง ชาครัตพงศ์ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายสุวิชชา ชาครัตพงศ์ โจทก์ นายหล่อ เหมาะดี กับพวก จำเลย จำเลยร่วม จำเลย นายไสว ศรีสกุลไทย จำเลย ป.วิ.พ. ม. 144 , ม. 173