ฎีกาที่ 3786/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป.แต่นำสืบว่าโจทก์เป็นบุตรที่ป.รับรองแล้วไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้อง เพราะบุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วก็มีสิทธิรับ มรดก เช่นเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย และที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า ป. เป็นผู้มีสิทธิได้รับ มรดก เฉพาะส่วนของ ส. แต่โจทก์นำสืบว่า ป. มีสิทธิได้รับ มรดก เพราะส. ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้ ป. ก็ไม่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น โจทก์ฟ้องตั้งประเด็นว่าโจทก์เป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับ มรดก ที่ดินพิพาทของป. บิดาจำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก ของป.ไม่จัดการโอนทรัพย์ มรดก ดังกล่าวให้โจทก์ จึงฟ้องบังคับให้จำเลยจัดการโอนให้ ดังนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการ มรดก ทายาทมีสิทธิฟ้องคดีภายใน 5 ปี นับแต่การจัดการ มรดก สิ้นสุดลง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1733 วรรคสอง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประสงค์ มีสวัสดิ์ ก่อนนายประสงค์ถึงแก่กรรมนายประสงค์มีสิทธิรับ มรดก เฉพาะส่วนของนายสหาก มีสวัสดิ์แต่ผู้เดียวในที่ดินโฉนดเลขที่ 286 และบ้านซึ่งปลูกในที่ดินดังกล่าว จำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายประสงค์ทำหน้าที่โดยทุจริตคือขายที่ดินดังกล่าวไปบางส่วนไปราคาประมาณ 300,000 บาท จำเลยส่งมอบเงินให้โจทก์เพียง 100,000 บาท จำเลยยักยอกส่วนที่เหลือไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้บังคับจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องเฉพาะส่วนที่เหลือพร้อมบ้านแก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยและให้มีคำสั่งถอดถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายประสงค์ จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งหมดไม่ใช่บุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายประสงค์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ทรัพย์ตามฟ้องเดิมเป็นของนายสหากซึ่งถึงแก่กรรมโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ มรดก จึงตกแก่ทายาททุกคนของนายสหากหาใช่ตกแก่นายประสงค์คนเดียวไม่ จำเลยมิได้ทุจริตต่อหน้าที่ผู้จัดการ มรดก เมื่อจำเลยขายทรัพย์ มรดก แล้วได้แบ่งเงินให้โจทก์มากกว่าจำนวนที่โจทก์ควรจะได้รับเสียอีกคดีโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามฟ้องเฉพาะส่วนที่เหลือพร้อมบ้านตามฟ้องให้แก่โจทก์ทั้งหก หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรนอกกฎหมายที่นายประสงค์ มีสวัสดิ์ บิดารับรองแล้วถือได้ว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1627 จึงมีสิทธิรับ มรดก ของนายประสงค์ผู้บิดา ที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์ทั้งหกเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายประสงค์ แต่นำสืบว่าเป็นบุตรที่นายประสงค์รับรองแล้วเป็นการนำสืบนอกฟ้องนั้นเห็นว่าบุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วก็มีสิทธิรับ มรดก เช่นเดียวกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายโจทก์จึงมิได้นำสืบนอกฟ้องแต่อย่างใด ส่วนปัญหาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่ ปัญหาข้อนี้จำเลยมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ และมิใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้ จำเลยฎีกาด้วยว่าการที่โจทก์นำสืบว่านายสหากทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้นายประสงค์เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็น เห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องว่านายประสงค์เป็นผู้มีสิทธิได้รับ มรดก เฉพาะส่วนของนายสหากแต่ผู้เดียวในที่ดินโฉนดเลขที่ 286 พร้อมบ้านซึ่งปลูกในที่ดินดังกล่าว การที่โจทก์นำสืบว่านายประสงค์มีสิทธิได้รับ มรดก เพราะนายสหากทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้นายประสงค์จึงหาใช่เป็นการนำสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ จำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้กล่าวอ้างว่านายประสงค์บิดาโจทก์ได้รับ มรดก โดยทางพินัยกรรม แม้จำเลยจะโอนรับ มรดก ที่พิพาทไว้ในฐานะผู้จัดการ มรดก ก็ตาม โจทก์ต้องฟ้องคดีภายใน 1 ปี จะนำอายุความ 5 ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสองมาใช้บังคับไม่ได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ฟ้องตั้งประเด็นว่าโจทก์เป็นทายาทโดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิรับ มรดก ที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างของนายประสงค์บิดาจำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายประสงค์ไม่จัดการโอนทรัพย์ มรดก ดังกล่าวให้โจทก์ทั้งหกคนจึงฟ้องบังคับให้จำเลยจัดการโอนให้ ดังนี้เป็นคดีเกี่ยวกับการจัดการ มรดก ทายาทมีสิทธิฟ้องคดีภายใน 5 ปีนับแต่การจัดการ มรดก สิ้นสุดลงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1733 วรรคสอง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3786/2524 นางสาวมารียำ มีสวัสดิ์ กับพวก โจทก์ นายโต มีสวัสดิ์ จำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 , ม. 183 ป.พ.พ. ม. 1627 , ม. 1733 วรรคสอง