ฎีกาที่ 3679/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
พระราชบัญญัติ ล้มละลาย มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ได้รับชำระหนี้โดยเป็นธรรม ตามส่วนเฉลี่ยแห่งหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ป้องกันมิให้ลูกหนี้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์ของตน.มิให้ถูกบังคับชำระหนี้และให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยรวดเร็ว ที่ลูกหนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วมกับบริษัท อ. ในคดี ล้มละลาย เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลก็ได้จำหน่ายคดีเฉพาะลูกหนี้แล้วลูกหนี้และบริษัท อ. มิได้มีเจ้าหนี้แต่เฉพาะเจ้าหนี้ในคดีนี้ แต่อาจมีเจ้าหนี้หลายรายแตกต่างกันไป ถ้าศาลจะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้จนกว่าคดี ล้มละลาย ถึงที่สุด ก็ย่อมจะเสียหายแก่เจ้าหนี้รายอื่น จึงไม่มีเหตุที่จะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้ การสอบสวน เรื่องหนี้สินเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้นั้นเมื่อ จ.พ.ท. เห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่ได้สอบสวนมาแล้วเพียงพอที่จะทำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้นั้นต่อศาล หรือพยานที่เจ้าหนี้ หรือลูกหนี้อ้างมาให้การฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้าหรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็น จ.พ.ท. ย่อมมีอำนาจที่จะงดการสอบสวนได้
ย่อยาว
คดีนี้ธนาคารสหมาลายัน จำกัด เจ้าหนี้รายที่ 4 ยื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ คือ อันดับ 1 เป็นหนี้ตามคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1328/2515 จำนวนเงิน 877,948 บาท 50 สตางค์ อันดับที่ 2เป็นหนี้ตามหนังสือค้ำประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด จำนวนเงิน 4,543,904 บาท 99 สตางค์ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้นัดเจ้าหนี้และลูกหนี้มาตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 แล้ว ลูกหนี้ยื่นคำคัดค้านว่า หนี้ตามคำพิพากษามีเพียง 200,000 บาท เท่านั้นส่วนหนี้ตามหนังสือค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด นั้น ธนาคารได้ฟ้องบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด และลูกหนี้เป็นคดี ล้มละลาย ตามคดีหมายเลขดำที่ ล.98/2520 ของศาลแพ่งคดีอยู่ระหว่างศาลพิจารณาการค้ำประกันรายนี้ไม่ได้ค้ำประกันรับผิดเป็นส่วนตัว เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนคำขอรับชำระหนี้แล้วมีความเห็นให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้อันดับ 1 ซึ่งเป็นหนี้ตามคำพิพากษาจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130(8) ส่วนที่ขอเกินมาให้ยก ให้ได้รับชำระหนี้อันดับ 2 คือหนี้ตามหนังสือค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามมาตรา 130(8) แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 โดยมีข้อแม้ว่า หากเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด ผู้ ล้มละลาย เพียงใดก็ให้สิทธิเจ้าหนี้ที่จะได้รับชำระหนี้ลดลงเพียงนั้น ส่วนที่ขอเกินมาให้ยก ศาลชั้นต้น มีคำสั่งให้ธนาคารสหมาลายัน จำกัด เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ลูกหนี้อุทธรณ์เฉพาะหนี้อันดับที่ 2 ซึ่งเป็นหนี้ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันเบิกเงินเกินบัญชีของบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด โดยอุทธรณ์ว่าศาลควรจะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้จนกว่าคดี ล้มละลาย ที่ธนาคารเจ้าหนี้เป็นโจทก์ฟ้องบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด กับพวกเป็นจำเลยถึงที่สุดเสียก่อนเพราะเป็นหนี้ที่แบ่งแยกกันไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ พิจารณาแล้วพิพากษายืน ลูกหนี้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติ ล้มละลาย มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั้งหลายให้ได้รับชำระหนี้โดยเป็นธรรม ตามส่วนเฉลี่ยแห่งหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ป้องกันมิให้ลูกหนี้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์ของตนมิให้ถูกบังคับชำระหนี้ และให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้โดยรวดเร็ว ดังจะเห็นได้จากมาตรา 153 ที่บัญญัติว่ากระบวนพิจารณาคดี ล้มละลาย ให้ดำเนินเป็นการด่วน ที่ลูกหนี้ถูกฟ้องเป็นจำเลยและร่วมกับบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่งจำกัดในคดี ล้มละลาย หมายเลขแดงที่ 56/2522 ของศาลแพ่งนั้น เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ในคดีนี้ ศาลแพ่งก็ได้จำหน่ายคดีเฉพาะลูกหนี้แล้วลูกหนี้และบริษัท เอ็ม ไทยไมนิ่ง จำกัด มิได้มีเจ้าหนี้แต่เฉพาะเจ้าหนี้ในคดีนี้ แต่อาจจะมีเจ้าหนี้หลายรายแตกต่างกันไป ถ้าศาลจะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้จนกว่าคดี ล้มละลาย ของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 56/2522 จะถึงที่สุดก่อน ก็ย่อมจะเสียหายแก่เจ้าหนี้รายอื่น ๆ จึงไม่มีเหตุสมควรที่จะรอมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้รายนี้ไว้ ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ มาตรา 105 นั้นแสดงว่าการสอบสวนเรื่องหนี้สินเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้นั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่าพยานหลักฐานเท่าที่ได้สอบสวนมาแล้วเพียงพอที่จะนำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่ขอรับชำระหนี้นั้นต่อศาลได้แล้ว หรือพยานที่เจ้าหนี้หรือลูกหนี้อ้างมาให้การฟุ่มเฟือยเกินสมควรหรือประวิงให้ชักช้า หรือไม่เกี่ยวแก่ประเด็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ย่อมมีอำนาจที่จะงดการสอบสวนได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3679/2524 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โจทก์ ผู้ขอรับชำระหนี้รายที่ 4 โจทก์ ธนาคารสหมาลายัน จำกัด โจทก์ นายถวัลย์ มนูพันธ์ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 104 , ม. 105 , ม. 130 (8) , ม. 153