ฎีกาที่ 2697/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การ จำนอง นั้นอาจแยกการ จำนอง กับหนี้ที่เอาทรัพย์สินที่ จำนอง เป็นประกันได้ เจ้าหนี้ จำนอง จะใช้สิทธิเรียกร้องอย่างเจ้าหนี้สามัญโดยสละบุริมสิทธิหรือจะบังคับ จำนอง ก็ได้ถ้าเลือกใช้สิทธิเรียกร้องอย่างเจ้าหนี้สามัญ และได้รับชำระหนี้ตามส่วนแล้ว สิทธิในฐานะผู้รับ จำนอง เหนือที่ดินที่ จำนอง ก็ระงับสิ้นไป
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์จึงบังคับคดียึดที่ดินของจำเลยที่ได้ จำนอง ไว้แก่โจทก์ ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเฉลี่ยหนี้ส่วนที่เกินจากบุริมสิทธิของโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ผู้ร้องได้รับเฉลี่ยหนี้ คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ในฐานะผู้ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาด ขอให้ศาลชั้นต้นแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่โจทก์โดยปลอด จำนอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินตามที่โจทก์ขอ ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งว่า ที่ดินโฉนดที่ 9097 ติดภาระ จำนอง กับผู้ร้อง ( จำนอง อันดับสอง) โจทก์ผู้ซื้อจากการขายทอดตลาดต้องรับโอนภาร จำนอง ติดไปด้วย ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้โจทก์รับโอนภาระ จำนอง ที่ผู้ร้องรับ จำนอง ไว้ติดไปด้วย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์ผู้ซื้อที่ดินโฉนดที่ 9097 จะรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวโดยติด จำนอง อันดับสองซึ่งผู้ร้องเป็นผู้รับ จำนอง หรือไม่ พิเคราะห์แล้วคดีนี้แม้โจทก์จะมิได้ฟ้องบังคับ จำนอง ที่ดินโฉนดที่ 9097 เป็นแต่ขอยึดขายทอดตลาดเพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ที่ดินโฉนดที่ 9097 ดังกล่าว จำเลยที่ 1 ได้ จำนอง อันดับสองไว้กับผู้ร้องและผู้ร้องได้ฟ้องบังคับ จำนอง แล้ว ปรากฏตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 123/2519 ของศาลจังหวัดพิษณุโลก ผู้ร้องขอหมายบังคับคดีแต่ปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวโจทก์ได้ขอยึดไว้ในคดีนี้ก่อนแล้ว และอยู่ในระหว่างการประกาศขายทอดตลาดต่อมาโจทก์ได้ขอให้ศาลขายทอดตลาดที่ดินแปลงดังกล่าวโดยปลอด จำนอง ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์ในฐานะเป็นเจ้าหนี้สามัญ ศาลฎีกาเห็นว่า การ จำนอง นั้นอาจแยกการ จำนอง กับหนี้ที่เอาทรัพย์สินที่ จำนอง เป็นประกันได้เจ้าหนี้ จำนอง จะใช้สิทธิเรียกร้องอย่างเจ้าหนี้สามัญโดยสละบุริมสิทธิหรือจะบังคับ จำนอง ก็ได้เมื่อผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าหนี้ จำนอง ได้เลือกใช้สิทธิเรียกร้องอย่างเจ้าหนี้สามัญโดยขอเฉลี่ยเงินที่ขายทอดตลาดที่ดินที่ จำนอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 290 และได้รับชำระหนี้ตามส่วนแล้วจึงเท่ากับว่าผู้ร้องได้สละบุริมสิทธิที่จะบังคับการชำระหนี้โดยอาศัยอำนาจแห่งการ จำนอง นั้นแล้วสิทธิของผู้ร้องในฐานะผู้รับ จำนอง อันดับสองเหนือที่ดินจึงระงับสิ้นไป โจทก์ผู้ซื้อทรัพย์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ที่ดินที่ซื้อโดยปลอด จำนอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 9097 โดยติด จำนอง อันดับสองซึ่งผู้ร้องเป็นผู้รับ จำนอง นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับให้บังคับคดีไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2697/2524 ธนาคารกรุงไทย จำกัด โจทก์ นายเสงี่ยม เหลืองวิโรจน์ กับพวก จำเลย ธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ จำกัด ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 702 , ม. 744 (1) , ม. 744 (5) ป.วิ.พ. ม. 290