ฎีกาที่ 514/2524
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องของโจทก์ทั้งสองข้อกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดวันเวลาเดียวกัน ข้อความที่โฆษณา หมิ่นประมาท และดูหมิ่นผู้เสียหายนั้นต่างลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกัน เพียงแต่ ต่างคอลัมน์กันเท่านั้น และเป็นข้อความที่เกี่ยวเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเห็นได้ว่าจำเลยมีเจตนาเป็นอันเดียวกัน คือโฆษณาใส่ความเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของผู้เสียหายและเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นคราวเดียวกัน จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวแม้ฟ้องในอีกข้อหนึ่งจะเป็นว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเพียงฐานดูหมิ่นหรือมีข้อความพาดพิงถึงบุคคลอื่นด้วย ก็ไม่ทำให้เจตนาของจำเลยเกี่ยวกับการ หมิ่นประมาท ผู้เสียหายเป็นเจตนาเพิ่มขึ้นใหม่เป็นอีกกรรมหนึ่ง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดกฎหมายหลายบทหลายกรรมโดยโจทก์บรรยายฟ้องเป็นข้อ ๆ เกี่ยวกับการที่จำเลยเขียนบทความตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์ ออกเผยแพร่แก่สาธารณชนเป็นการ หมิ่นประมาท และดูหมิ่นผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จำเลยไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง แต่ตามฟ้องข้อ ข. กับข้อ ค. และฟ้อง จ. กับข้อ ฉ. เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายบทเดียว โจทก์อุทธรณ์ว่า ความผิดตามฟ้องข้อ ข. กับข้อ ค. และข้อ จ.กับข้อ ฉ. เป็นความผิดต่างกรรมกัน ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์ข้อ ข. และ ค. กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดวันเวลาเดียวกัน โดยฟ้องข้อ ข. กล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐาน หมิ่นประมาท ผู้เสียหายด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ส่วนฟ้องข้อ ค.กล่าวหาว่าจำเลยดูหมิ่นผู้เสียหายด้วยการโฆษณาข้อความที่โฆษณา หมิ่นประมาท และดูหมิ่นผู้เสียหายต่างลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเพียงแต่ต่างคอลัมน์กันเท่านั้น และเป็นข้อความที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกัน จึงเห็นได้ว่าตามฟ้องข้อ ข. และข้อ ค. นั้น จำเลยมีเจตนาเป็นอันเดียวกัน คือ โฆษณาใส่ความเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียงของผู้เสียหาย และเป็นการกระทำต่อเนื่องเป็นคราวเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียว แม้ฟ้องข้อ ค. โจทก์ฟ้องจำเลยเพียงฐานดูหมิ่นเท่านั้น ก็ไม่เป็นเหตุแสดงว่าจำเลยมีเจตนาต่างหากเป็นอีกกรรมหนึ่ง แต่เห็นว่าเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ส่วนฟ้องข้อ จ. และข้อ ฉ. เป็นการกล่าวหาว่าจำเลยกระทำผิดฐาน หมิ่นประมาท ผู้เสียหายด้วยการโฆษณาด้วยเอกสาร ทั้งได้ความว่าเป็นการลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์ฉบับเดียวกันเพียงแต่ต่างหน้ากัน ข้อความที่โฆษณา หมิ่นประมาท ก็เนื่องมาจากเรื่องเดียวกัน จึงเห็นได้ว่าตามฟ้องทั้งข้อ จ. และ ฉ. จำเลยมีเจตนาเป็นอันเดียวกัน ถือได้ว่าเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน แม้ตามฟ้องข้อ ฉ. ข้อความที่โฆษณาจะพาดพิงไปถึงบุคคลอื่นด้วย ก็ไม่ทำให้เจตนาของจำเลยเกี่ยวกับการ หมิ่นประมาท ผู้เสียหายเป็นเจตนาเพิ่มขึ้นใหม่เป็นอีกกรรมหนึ่ง พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะฟ้องข้อ ข. และ ค.ว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2524 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา โจทก์ นายวัลลภ สุประดิษฐกุล กับพวก จำเลย ป.อ. ม. 90 , ม. 91 , ม. 328 , ม. 393