ฎีกาที่ 2606/2523
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
ตามสัญญากำหนดให้จำเลยซึ่งเป็นผู้เช่าเป็นฝ่ายชำระ ภาษี โรงเรือนและที่ดินแต่เมื่อโจทก์รับแจ้งการประเมินแล้วโจทก์ไม่ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบและไม่ได้บอกให้จำเลยชำระ ภาษี ภายในกำหนดที่เจ้าพนักงานแจ้งมาทั้งจำเลยเพิ่งได้รับแจ้งจากโจทก์ให้จำเลยชำระ ภาษี เมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาชำระแล้วฉะนั้นการที่โจทก์ต้องเสียเงินเพิ่ม จึงเป็นความผิดของโจทก์จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มคงรับผิดเพียงชำระค่า ภาษี พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ชำระค่า ภาษี ต่อเจ้าพนักงานให้โจทก์
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่า ภาษี โรงเรือนและที่ดินรวมทั้งค่าเพิ่ม ภาษี คืนให้โจทก์ 58,476 บาท พร้อมดอกเบี้ย ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ภาษี โรงเรือนและที่ดินพิพาทในปี 2512 ถึงปี 2516 จำเลยเป็นผู้เสียตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 7เจ้าพนักงานส่งใบแจ้งรายการประเมิน ภาษี ตามพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ไปยังโจทก์ที่ 2 ตามเอกสารหมาย จ.6 (8 แผ่น) สำหรับปี 2512และเอกสารหมาย จ.7 (8 แผ่น) สำหรับปี 2516 โจทก์ที่ 2 รับใบแจ้งรายการประเมิน ภาษี โรงเรือนและที่ดินประจำปี 2512 ถึงปี 2516 ไว้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2516 ตามเอกสารหมาย ล.2 ถึง ล.6 คดีมีปัญหาตามคำขอท้ายฎีกาจำเลยว่า จำเลยควรรับผิดชำระ ภาษี อย่างเดียวหรือต้องชำระเงินเพิ่มด้วยโจทก์นำสืบว่า โจทก์แจ้งให้จำเลยไปเสีย ภาษี แล้ว จำเลยไม่เสีย ทำให้โจทก์ต้องเสียเงินเพิ่ม จำเลยจึงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มให้โจทก์ จำเลยนำสืบว่าโจทก์มีหน้าที่แจ้งรายการประเมิน ภาษี ของเจ้าพนักงานไปให้จำเลยทราบเพื่อดำเนินการเสีย ภาษี ภายในกำหนด แต่โจทก์ไม่แจ้งและเพิ่งเตือนให้จำเลยเสีย ภาษี เมื่อพ้นกำหนดเวลาแล้ว จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินเพิ่ม พิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าเจ้าพนักงานแจ้งรายการประเมิน ภาษี ตามพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 24 ไปยังโจทก์ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้รับประเมิน โดยเป็นบุคคลผู้พึงชำระ ภาษี และมาตรา 40วางหลักไว้ว่า เจ้าของทรัพย์สินเป็นผู้เสีย ภาษี เท่ากับต้องรับภาระ ภาษี โดยตรงเพียงฝ่ายเดียว สำหรับกรณีนี้มีข้อตกลงตามสัญญาให้จำเลยเป็นผู้เสีย ภาษี เมื่อโจทก์ได้รับแจ้งการประเมินแล้วและไม่ติดใจอุทธรณ์การประเมิน โจทก์ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยเสีย ภาษี ให้โจทก์ตามสัญญาได้ หากจำเลยไม่ชำระและทำให้โจทก์เสียหาย จำเลยต้องรับผิดในความเสียหายนั้นต่อโจทก์ ปัญหาจึงมีว่า โจทก์เรียกร้องให้จำเลยเสีย ภาษี ภายในกำหนดหรือไม่ โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2517 โจทก์รับหนังสือจากพนักงานเจ้าหน้าที่เขตธนบุรีเตือนให้ชำระค่า ภาษี โรงเรือนและที่ดินค้างจ่ายแต่ปี 2512 ถึงปี 2516 โจทก์บอกให้จำเลยชำระ จำเลยผัดผ่อนเรื่อยมา หนังสือฉบับนี้คือหนังสือตามเอกสารหมาย จ.5 ซึ่งเจ้าพนักงานเตือนให้โจทก์ชำระค่า ภาษี และเงินเพิ่มภายหลังเวลาที่กำหนดให้ชำระค่า ภาษี ล่วงพ้นไปแล้ว และโจทก์ที่ 2 เบิกความว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่แจ้งให้จำเลยไปเสีย ภาษี ตามที่โจทก์ได้รับแจ้งการประเมินมาจากเจ้าพนักงานแสดงว่าเมื่อโจทก์รับแจ้งการประเมินแล้ว โจทก์ไม่ได้แจ้งการประเมินให้จำเลยทราบ และไม่ได้บอกให้จำเลยชำระ ภาษี ภายในกำหนดที่เจ้าพนักงานแจ้งมา ทั้งจำเลยนำสืบฟังได้ว่า จำเลยเพิ่งได้รับแจ้งจากโจทก์ให้จำเลยชำระ ภาษี เมื่อล่วงพ้นกำหนดเวลาชำระแล้ว ฉะนั้นการที่โจทก์ต้องเสียเงินเพิ่ม จึงเป็นความผิดของโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดชำระเงินเพิ่ม คงรับผิดเพียงชำระค่า ภาษี พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ชำระค่า ภาษี ต่อเจ้าพนักงานให้โจทก์ ฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่า ภาษี โรงเรือนและที่ดินรวมเป็นเงิน53,160 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินสำหรับปี 2512 และปี 2513 รวมเป็นเงิน 21,120 บาท นับแต่วันที่ 22 กรกฎาคม 2518 สำหรับปี2514 เป็นเงิน 10,560 บาท นับแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2519 สำหรับปี 2515เป็นเงิน 10,740 บาท นับแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2520 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2606/2523 นายบุญศรี ประทีปสินธุ์ กับพวก โจทก์ นายเยี่ยม สุขประพฤติ จำเลย ป.พ.พ. ม. 215 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475