ฎีกาที่ 254/2523
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 4 ผู้ใดเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 5
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 ผู้ใดเป็นพนักงาน ใช้อำนาจในหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าป...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6
พ.ศ. 2502 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 6 ผู้ใดเป็นพนักงาน เรียก รับหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้ว...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 7
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 ผู้ใดเป็นพนักงาน กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในหน้าที่ โดยเห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดซึ่งตนได้เรียก รับหรือยอมจะรับไว้ก่อนที่ตนได้รับแต่งตั้งเป็นพนักงานในหน้าที่นั...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือหน่วยงานที่เรียกชื่อ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 9
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่นเนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 10
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 10 ผู้ใดเป็นพนักงาน มีหน้าที่จ่ายทรัพย์ จ่ายทรัพย์นั้นเกินกว่าที่ควรจ่าย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11
พ.ศ. 2502 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 11 ผู้ใดเป็นพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต...
ย่อสั้น
โจทก์มอบอำนาจให้ พ. ซึ่งถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความฟ้องและดำเนินคดีอาญาแทน การที่ พ. ลงชื่อเป็นผู้เรียงคำฟ้องมิใช่เรื่องว่าความอย่างทนายความฐานะในคดีระหว่างโจทก์กับ พ. มีนิติสัมพันธ์ต่อกันฉันตัวการตัวแทน เมื่อตัวการยื่นฟ้องคดีอาญา ตัวการเรียงหรือแต่งคำฟ้องไปยื่นต่อศาลได้ ตัวแทนก็ย่อมมีสิทธิกระทำได้เช่นเดียวกัน คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายโพธิ์ดำเนินคดีนี้แทนโจทก์ตามใบมอบอำนาจท้ายฟ้อง โจทก์ได้สิทธินำรถยนต์หมายเลขทะเบียน อ.ด.02140 เข้าร่วมรับส่งผู้โดยสารเป็นรถประจำทางสายนครราชสีมา-อุดรธานีกับบริษัทขนส่งจำกัด จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานของบริษัทขนส่ง จำกัดโดยเป็นนายสถานีนครราชสีมา จำเลยทั้งสองบังอาจร่วมกัน ปลอมเอกสาร ด้วยการกรอกข้อความลงในหนังสือขอโอนสิทธิการเดินรถที่จำเลยที่ 2 หลอกลวงให้โจทก์ลงชื่อไว้ในช่องผู้โอนโดยมิได้กรอกข้อความว่าโจทก์ขอโอนสิทธิการเดินรถนั้นให้จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันเสนอหนังสือดังกล่าวให้ผู้จัดการบริษัทขนส่ง จำกัด อนุมัติ ทำให้โจทก์กับบริษัทขนส่งจำกัดเสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265,268, 83, 84, 86 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9, 10,11 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้รับประทับฟ้องข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265, 268 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้รับประทับฟ้องในความผิดตามพระราชบัญญัติด้วยด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 11 ด้วย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยเสีย แล้ววินิจฉัยว่าคดีนี้โจทก์มอบอำนาจให้นายโพธิ์ฟ้องคดีแทนโจทก์ นายโพธิ์ซึ่งถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความแล้วได้ลงชื่อเป็นผู้เรียงฟ้อง ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 30และพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 36 พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์มอบอำนาจให้นายโพธิ์ซึ่งถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความฟ้องและดำเนินคดีนี้แทนตามใบมอบอำนาจท้ายฟ้อง และตามคำฟ้องของโจทก์นายโพธิ์ในฐานะผู้รับมอบอำนาจลงชื่อเป็นผู้เรียงคำฟ้องและวินิจฉัยว่าการที่นายโพธิ์ผู้รับมอบอำนาจให้เป็นผู้แทนโจทก์ในคดีนี้ได้ลงชื่อเป็นผู้เรียงคำฟ้อง มิใช่เรื่องว่าความอย่างทนายความ ดังที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 60 วรรคสอง บัญญัติห้ามไว้ และที่พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2508 มาตรา 36 วรรคแรก ห้ามมิให้ผู้ซึ่งมิใช่ทนายความหรือถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความแต่งฟ้องก็บัญญัติยกเว้นไว้ในวรรคสองว่า ไม่ห้ามไปถึงบุคคลซึ่งมีอำนาจหน้าที่กระทำได้โดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความหรือกฎหมายอื่นเมื่อโจทก์มอบอำนาจให้นายโพธิ์ฟ้องคดีอาญาแล้ว ผู้รับมอบอำนาจย่อมจะดำเนินคดีอาญาได้ตามอำนาจที่ได้รับมอบมา ฐานะในคดีระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นตัวความกับนายโพธิ์ผู้รับมอบอำนาจมีนิติสัมพันธ์ต่อกันฉันตัวการตัวแทน ผู้ได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ถือว่าเป็นตัวความแทนโจทก์ โดยเป็นตัวแทนซึ่งได้รับมอบอำนาจเฉพาะการให้ยื่นฟ้องจำเลยในคดีนี้ต่อศาลตัวแทนเช่นนี้มีหน้าที่จะต้องทำกิจการที่ตัวการมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 800 เมื่อการยื่นฟ้องคดีอาญานั้นตัวการเรียงหรือแต่งคำฟ้องไปยื่นต่อศาลได้ ตัวแทนก็มีสิทธิกระทำได้เช่นเดียวกัน คำฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 254/2523 นางอุดม บัวผดุง โดยนายโพธิ์ วรรณปักษ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นางจุไรรัตน์ จริยะวรกุล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 60 ป.วิ.อ. ม. 15 ป.พ.พ. ม. 800 พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ.2508 ม. 36