ฎีกาที่ 2552-2553/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้โจทก์ยังชำระค่า เช่าซื้อ รถไถไม่ครบ ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ก็ตาม แต่โจทก์ในฐานะผู้ เช่าซื้อ เป็นผู้ครอบครองมีสิทธิใช้และได้รับประโยชน์จากรถไถที่ เช่าซื้อ ฉะนั้นเมื่อจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ ยืนยันให้เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถไถไป ทำให้ไม่ได้รับจ้างไถที่ดินหาประโยชน์ตามสิทธิของตน โจทก์ย่อมเป็นผู้ถูกจำเลยกระทำละเมิดโดยตรง จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้
ย่อยาว
โจทก์ทั้งสองสำนวน เช่าซื้อ รถไถมา ยังชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ครบโจทก์นำรถไถไปรับจ้างไถที่ดิน จำเลยนำตำรวจไปจับกุมคนขับรถไถ และยึดรถไถของโจทก์ทั้งสองคันไว้ดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ผลการสอบสวนปรากฏว่าคนขับรถไถของโจทก์ไม่มีความผิด พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องไปแล้วโจทก์จึงฟ้องให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายฐานละเมิดแก่โจทก์คนละ 15,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยฎีกาว่าขณะเกิดเหตุโจทก์ทั้งสองสำนวนชำระค่า เช่าซื้อ รถไถยังไม่ครบ ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์ทั้งสองสำนวนยังชำระค่า เช่าซื้อ รถไถไม่ครบ ยังไม่ได้กรรมสิทธิ์รถไถก็ตาม แต่โจทก์ทั้งสองสำนวนในฐานะผู้ เช่าซื้อ เป็นผู้ครอบครองมีสิทธิใช้และได้รับประโยชน์จากรถไถที่ เช่าซื้อ ฉะนั้น เมื่อจำเลยกลั่นแกล้งโจทก์ยืนยันให้เจ้าพนักงานตำรวจยึดรถไถที่โจทก์ทั้งสองสำนวน เช่าซื้อ ไป ทำให้โจทก์ทั้งสองสำนวนไม่ได้ใช้รถไถนั้นออกรับจ้างไถที่ดินหาประโยชน์ตามสิทธิของตนโจทก์ทั้งสองสำนวนย่อมเป็นผู้ถูกจำเลยกระทำละเมิดโดยตรง จึงมีอำนาจฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนที่ขาดประโยชน์จากการใช้รถไถดังกล่าวจากจำเลยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2552 - 2553/2522 นายพันทอง คันธมาลา กับพวก โจทก์ น.ส.อุไร สุวรรณศรี จำเลย ป.พ.พ. ม. 438