ฎีกาที่ 2502/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ เป็นทรัพย์สิน เมื่อได้มาระหว่างสมรส สามีภริยาเป็นเจ้าของรวม ภริยาฟ้องคดีเกี่ยวกับสินบริคณห์ได้โดยรับอนุญาตจากสามี ตาม มาตรา 1469 เดิมที่ใช้ในขณะภริยาฟ้องคดีละเมิดและประกันภัยรถที่สามี เช่าซื้อ
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 นายจ้างของผู้ทำละเมิดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 9,600 บาทกับดอกเบี้ย ให้จำเลยร่วมผู้รับประกันภัยรับผิดด้วย 8,000บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมใช้ค่าเสื่อมราคารถอีก 5,000 บาท จำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมฎีกาว่าโจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองรถ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมาว่าโจทก์กับนายอาจหาญ ภวังนันท์ เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย ต่อมานายอาจหาญ เช่าซื้อ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 จากบริษัทสยามเมเครดิต จำกัด และให้โจทก์ใช้รถยนต์คันดังกล่าว ขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างชำระค่า เช่าซื้อ ยังไม่หมด เมื่อฟ้องคดีแล้วได้ชำระค่า เช่าซื้อ ครบถ้วนโอนกรรมสิทธิ์ตกมาเป็นของนายอาจหาญ และนายอาจหาญ ยินยอมให้โจทก์ฟ้องคดีนี้ คดีมีปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า สิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ เป็นทรัพย์สิน นายอาจหาญทำสัญญา เช่าซื้อ รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 จากบริษัทสยามเครดิต จำกัด ขณะเป็นสามีภริยากับโจทก์ สิทธิตามสัญญานั้นย่อมเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส โจทก์จึงมีส่วนเป็นเจ้าของรวม มีสิทธิใช้รถยนต์ที่ เช่าซื้อ นั้นและมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์ให้อยู่ในสภาพดีเช่นเดียวกับนายอาจหาญและโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีเกี่ยวกับการสงวนบำรุงรักษา หรือการใด ๆ เพื่อประโยชน์แก่สินบริคณห์เมื่อได้รับอนุญาตจากสามี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469ที่ใช้ขณะโจทก์ฟ้องคดี เมื่อฝ่ายจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ทำให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ. - 7873 เสียหายและนายอาจหาญอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และจำเลยร่วมด้วยได้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2502/2522 นางจงกลนี ภวังคนันท์ โจทก์ บ.จ.ก. ชฎาเฟอร์นิเจอร์และก่อสร้าง กับพวก จำเลย จำเลยร่วม จำเลย บ.จ.ก. ธนกิจประกันภัย จำเลย ป.พ.พ. ม. 99 , ม. 1466 , ม. 1469 เดิม ให้ใช้บทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ได้ตรวจชำระใหม่ พ.ศ.2519