ฎีกาที่ 2715/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกัน เป็นความผิดอันยอมความได้ตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรค 2 ทั้งความผิดฐานยักยอกทรัพย์ก็เป็นความผิดอันยอมความกันได้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพี่ไปแจ้งความกล่าวหาว่าจำเลยผู้เป็นน้องทำการ ลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ของโจทก์ ต่อมามีการตกลงประนีประนอมโดยการทำบันทึกแบ่งทรัพย์สินกันบันทึกตกลงดังกล่าวไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน และถือได้ว่าเป็นบันทึกที่มีมูลหนี้ต่อกันระหว่างโจทก์จำเลย
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีผลใช้บังคับได้ตามกฎหมาย ให้จำเลยใช้เงินจำนวน 410,000 บาท แก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยใช้เงินจำนวน 319,908.09 บาท แก่โจทก์ โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ความผิดฐาน ลักทรัพย์ ที่พี่น้อง (โจทก์-จำเลย) ร่วมบิดามารดาเดียวกันกระทำต่อกันเป็นความผิดอันยอมความได้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 วรรคสอง ทั้งความผิดฐานยักยอกทรัพย์ก็เป็นความผิดต่อส่วนตัวอันอาจยอมความกันได้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพี่ไปแจ้งความกล่าวหาว่าจำเลยผู้เป็นน้องทำการ ลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ของโจทก์ ต่อมามีการตกลงประนีประนอมโดยการทำบันทึกแบ่งทรัพย์สินกัน จึงหาเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชนแต่อย่างใดไม่ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยชอบด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว และถือได้ว่า บันทึกข้อตกลงดังกล่าวเป็นบันทึกที่มีมูลหนี้ต่อกันระหว่างโจทก์-จำเลย" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2715/2522 นายไพรัช ปัทมธานินท์ โจทก์ นางสาวนันทา ปัทมธานินท์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 113