ฎีกาที่ 3338-3339/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยให้การเป็นพยานเบิกความว่าแย่งการครอบครอง ข้อนี้ไม่เป็นประเด็น เพราะจำเลยมิได้ยื่นคำให้การ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ย่อยาว
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจาก ที่ดิน ของโจทก์กับให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "จำเลยที่ 1 อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความว่า เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2518 จำเลยที่ 1 ซื้อ ที่ดิน พิพาทจากนางสาวศิริวรรณพนาสกุล การทำสัญญาซื้อขายกันเอง ไม่ได้จดทะเบียน ที่ดิน พิพาทเป็น ที่ดิน ไม่มีหนังสือสำคัญ หลังจากซื้อแล้ว จำเลยที่ 1 เข้าครอบครองทำประโยชน์โดยเริ่มปลูกอ้อยตั้งแต่ พ.ศ. 2518 ตลอดมาจนบัดนี้ โจทก์ไม่เสียหายตามฟ้อง" ฯลฯ "คำเบิกความของจำเลยที่ 1 ที่อ้างว่าซื้อ ที่ดิน พิพาทจากนางสาวศิริวรรณพนาสกุล นั้นเลื่อยลอยไม่มีเหตุผล ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองครอบครองเป็นเจ้าของ ที่ดิน พิพาทจริง ส่วนปัญหาเรื่องโจทก์มีสิทธิฟ้องเรียกคืน ที่ดิน พิพาทหรือไม่ ตามที่จำเลยที่ 1ฎีกา เห็นว่าคดีนี้จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การ จึงไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครอง ถึงแม้ศาลชั้นต้นศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยมา ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3338 - 3339/2522 นางเฮียะ แซ่ฮึงหรืออึ้ง โจทก์ นายสว่าง ชัยรุ่งเรือง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 199 , ม. 225