ฎีกาที่ 3374/2522
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3
พ.ศ. 2502 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 147 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13
พ.ศ. 2502 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 13 ให้ยกเลิกความในมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 68
พ.ศ. 2457 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 68 นายอำเภอมีอำนาจในส่วนธุรการฝ่ายพลเรือนเหนือข้าราชการทุกแผนกที่ประจำรักษาราชการในอำเภอนั้น อำนาจที่ว่านี้ไม่มีแก่อำเภอที่ตั้งที่ว่าการเมือง หรือที่ว่าการมณฑล
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พระพุทธศักราช 2457 มาตรา 70
พ.ศ. 2457 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 70 พนักงานปกครองกิ่งอำเภอ จะมีกรมการอำเภอรองแต่นายอำเภอตำแหน่งใดอยู่ประจำการ และจะมีเสมียนพนักงานอยู่ประจำทำการที่กิ่งอำเภอเท่าใด ทั้งนี้แล้วแต่จะสมควรแก่ราชการ แต่ผู้ที่เป็น...
ย่อสั้น
ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2498 มาตรา 30 วรรค 2 และพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 มาตรา 68,70 ได้ให้อำนาจแก่ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอในการปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งประจำอยู่ ณ กิ่งอำเภอนั้นได้ ฉะนั้น เมื่อปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอได้มีคำสั่งกำหนดหน้าที่การงานให้จำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีประจำกิ่งอำเภอนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในงานจัดเก็บ ภาษี บำรุงท้องที่ การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินค่า ภาษี บำรุงท้องที่ซึ่งตนได้รับไว้ในตำแหน่งหน้าที่ไป จึงเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยโดยตรง จำเลยจะเถียงว่าไม่ได้กระทำในฐานะเจ้าพนักงานหาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่เก็บเงิน ภาษี บำรุงท้องที่กิ่งอำเภอยางชุมน้อยได้รับเงิน ภาษี บำรุงท้องที่ไว้ทั้งหมด 91,390.48 บาท แต่นำส่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพียง 23,000 บาท โดยจำเลยเบียดบังเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย 68,390.48 บาท โดยทุจริต อันเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 13 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 68,390.48 บาท แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ลงโทษจำคุก 2 ปี ส่วนที่โจทก์ขอให้จำเลยชดใช้เงินคืนนั้น ให้ไปฟ้องกันในทางแพ่งต่อไป โจทก์และจำเลยต่างอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 3 ลงโทษจำคุก 7 ปี และให้จำเลยคืนเงิน 68,390.48 บาท แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเบียดบังเงินค่า ภาษี บำรุงท้องที่ไปเป็นจำนวน 56,373.67 บาท วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ส่วนที่จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่าแม้จะฟังว่าจำเลยเบียดบังไปก็น่าจะเป็นผิดฐานบุคคลธรรมดายักยอก ไม่ใช่เจ้าพนักงานยักยอก เพราะไม่มีกฎหมายใดให้อำนาจปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอแต่งตั้งจำเลยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าหมวดการคลังนั้น ปัญหาข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่าพระราชบัญญัติระเบียบบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2498 มาตรา 30 วรรค 2 บัญญัติว่าให้นายอำเภอตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เป็นผู้ปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัด และมีหน้าที่ในการบริหารกิจการส่วนจังหวัดในเขตอำเภอนั้น นอกจากนี้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 68 ยังบัญญัติว่า นายอำเภอมีอำนาจในส่วนธุรการฝ่ายพลเรือนเหนือข้าราชการทุกแผนกที่ประจำรักษาราชการในอำเภอนั้น สำหรับจำเลยนี้ซึ่งเป็นข้าราชการตำแหน่งพนักงานบัญชีประจำกิ่งอำเภอนั้น ย่อมอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 70 ซึ่งบัญญัติว่า "พนักงานปกครองกิ่งอำเภอจะมีกรมการอำเภอรองแต่นายอำเภอตำแหน่งใดอยู่ประจำการ และจะมีเสมียนพนักงานอยู่ประจำการที่กิ่งอำเภอเท่าใด ทั้งนี้แล้วแต่จะสมควรแก่ราชการ แต่ผู้ที่เป็นใหญ่อยู่ประจำการที่กิ่งอำเภอต้องอยู่ในบังคับนายอำเภอและทำการในหน้าที่ในเวลาที่นายอำเภอมิได้มาอยู่ที่กิ่งอำเภอเหมือนเป็นผู้แทนนายอำเภอฉะนั้น" ตามกฎหมายดังกล่าวแล้วแสดงว่ากฎหมายได้ให้อำนาจแก่ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอในการปกครองบังคับบัญชาข้าราชการส่วนจังหวัดซึ่งประจำอยู่ ณ กิ่งอำเภอนั้นได้ ฉะนั้น เมื่อปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอได้มีคำสั่งกำหนดหน้าที่การงานให้จำเลยซึ่งเป็นพนักงานบัญชีมีหน้าที่รับผิดชอบในงานจัดเก็บ ภาษี บำรุงท้องที่ตามคำสั่งหมาย จ.1, จ.2 ในคดีนี้การที่จำเลยเบียดบังเอาเงินค่า ภาษี บำรุงท้องที่ซึ่งตนได้รับไว้ในตำแหน่งหน้าที่ไปจึงเป็นการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการของจำเลยโดยตรง จำเลยจะเถียงว่าไม่ได้กระทำในฐานะเจ้าพนักงานหาได้ไม่ อย่างไรก็ตาม ทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยได้ถูกลงโทษในข้อหาเบียดบังเงินค่า ภาษี โรงเรือนและ ภาษี ป้ายอีกคดีหนึ่ง ศาลฎีกาเห็นควรกำหนดโทษจำเลยเท่ากันทั้ง 2 คดี พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลย 5 ปี และให้จำเลยคืนเงิน56,373.67 บาทแก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3374/2522 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายเหมือน โสดาธาตุ จำเลย ป.อ. ม. 147 พ.ร.บ.ลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม. 68 , ม. 70 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด พ.ศ.2498 ม. 30 พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2509 ม. 3