ฎีกาที่ 2516-2517/2521
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1723 จะเห็นว่าไม่ได้ห้ามผู้จัดการ มรดก ตั้งตัวแทนเสียเลยทีเดียว หากเป็นการตั้งตัวแทนกระทำการเพื่อประโยชน์แก่กอง มรดก ย่อมจักกระทำได้ ดังนี้ แม้ผู้จัดการ มรดก ทั้งสองได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ ฉ. ซึ่งเป็นทนายความจัดการแทน. ฉ. ได้แต่เพียงมีหนังสือถึงทายาทให้ส่งทรัพย์ มรดก เฉพาะผู้ร้องให้ส่งมอบโฉนดและให้แจ้งทรัพย์ มรดก เท่านั้น ซึ่งก็ได้ทำไปเพื่อประโยชน์แก่กอง มรดก นอกนั้นผู้จัดการ มรดก ทั้งสองได้จัดการ มรดก ด้วยตนเอง จึงฟังไม่ได้ว่าผู้จัดการ มรดก ทั้งสองมิได้กระทำการตามหน้าที่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านทั้งสองและจำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก มาเป็นเวลานานหลายปี แต่บรรดาทายาทยังมิได้รับการแบ่งปัน มรดก เลย เพราะจำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการจัดการ มรดก และคัดค้านตลอดมา หากจะให้จำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก อีกต่อไป การจัดการ มรดก ย่อมจะล่าช้าและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กอง มรดก และทายาทได้ ตามพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวมา กรณีมีเหตุสมควรที่จะถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ของเจ้า มรดก
ย่อยาว
คดีสองสำนวนศาลรวมพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรก เดิมศาลสั่งตั้งนายอัมพรนายประสิทธิ์ศักดิ์ และนายประเสริฐเป็นผู้จัดการ มรดก นายสิงห์ตามพินัยกรรม ต่อมานางอุทิศทายาทของนายสิงห์ยื่นคำร้อง อ้างว่านายประสิทธิ์ศักดิ์และนายประเสริฐผู้จัดการ มรดก มิได้จัดการ มรดก ด้วยตนเอง และกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมายและหน้าที่หลายประการ ขอให้ศาลสั่งถอนนายประสิทธิ์ศักดิ์และนายประเสริฐออกจากเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายสิงห์ นายประสิทธิ์ศักดิ์และนายประเสริฐคัดค้านว่า คำร้องไม่เป็นความจริงผู้จัดการ มรดก ทั้งสองได้จัดการ มรดก ด้วยตนเองตลอดมา การกระทำอื่น ๆ ก็มีเหตุผลถูกต้อง สำนวนที่สองโจทก์ฟ้องว่า นายอัมพรจำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายสิงห์ร่วมกับนายประสิทธิ์ศักดิ์และนายประเสริฐ แต่จำเลยไม่ยอมร่วมมือกับผู้จัดการ มรดก อีกสองคน พยายามขัดขืนคำสั่งเจ้า มรดก และอื่น ๆ ขอให้ศาลพิพากษาถอดถอนจำเลยออกจากผู้จัดการ มรดก ของนายสิงห์ จำเลยให้การว่า ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการ มรดก โดยถูกต้องแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องของนางอุทิศผู้ร้องสำนวนแรกและให้ถอดถอนนายอัมพรจำเลยสำนวนที่สองออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายสิงห์ ผู้ร้องสำนวนแรกและจำเลยสำนวนที่สองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องสำนวนแรกและจำเลยสำนวนที่สองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้จัดการ มรดก ทั้งสองมิได้จัดการ มรดก ด้วยตนเอง แต่ได้มอบอำนาจให้นายเฉลิมลาภจัดการแทนเป็นการไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายนั้น เห็นว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1723บัญญัติว่า"ผู้จัดการ มรดก ต้องจัดการโดยตนเอง เว้นแต่จะทำการโดยตัวแทนได้ตามอำนาจที่ให้ไว้โดยชัดแจ้งหรือโดยปริยายในพินัยกรรมหรือโดยคำสั่งศาลหรือในพฤติการณ์เพื่อประโยชน์แก่กอง มรดก " ตามบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นว่าไม่ได้ห้ามผู้จัดการ มรดก ตั้งตัวแทนเสียเลยทีเดียว หากเป็นการตั้งตัวแทนกระทำการเพื่อประโยชน์แก่กอง มรดก ย่อมจักกระทำได้ ดังนี้ แม้ผู้จัดการ มรดก ทั้งสองได้ทำหนังสือมอบอำนาจให้นายเฉลิมลาภซึ่งเป็นทนายความจัดการแทน ข้อเท็จจริงก็ได้ความเพียงว่านายเฉลิมลาภได้มีหนังสือถึงทายาทให้ส่งทรัพย์ มรดก เฉพาะผู้ร้องให้ส่งมอบโฉนดและให้แจ้งทรัพย์ มรดก เท่านั้น ซึ่งก็ได้กระทำไปเพื่อประโยชน์แก่กอง มรดก นอกนั้นผู้จัดการ มรดก ทั้งสองได้จัดการ มรดก ด้วยตนเอง เช่นประชุมจัดการ มรดก รวบรวมทรัพย์และทำบัญชีทรัพย์ มรดก ยื่นต่อศาลเป็นต้น จึงฟังไม่ได้ว่าผู้จัดการ มรดก ทั้งสองมิได้กระทำการตามหน้าที่ สำหรับฎีกาของจำเลยที่อ้างว่าจำเลยมิได้ละเลยในการทำหน้าที่และไม่มีเหตุที่ถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายสิงห์นั้น ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่า ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งตั้งจำเลยนายประสิทธิ์ศักดิ์และนายประเสริฐเป็นผู้จัดการ มรดก รายนี้ คนทั้งสามได้ตกลงกับนางกรายโจทก์ที่ 1ต่อหน้าศาลว่าจะรวบรวมทรัพย์สินแบ่งให้นางกรายก่อน แล้วจะแบ่ง มรดก ที่เหลือให้บรรดาทายาทต่อไป (รายงานกระบวนพิจาณาลงวันที่ 26 มกราคม 2513)หลังจากศาลมีคำสั่งตั้งผู้จัดการ มรดก แล้ว นายประสิทธิ์ศักดิ์ นายประเสริฐผู้จัดการ มรดก ทั้งสองซึ่งเป็นเสียงข้างมากและบรรดาทายาทจะแบ่งทรัพย์สินให้นางกรายกึ่งหนึ่งก่อน จำเลยกับนางอุทิศภริยาก็ไม่ยอมให้แบ่ง โดยอ้างว่านางกรายไม่มีสินเดิม ไม่มีสิทธิได้ส่วนแบ่งสินสมรส ผู้จัดการ มรดก ทั้งสองและทายาทจะขายที่ดินนอกเขตเทศบาลตามข้อกำหนดในพินัยกรรม จำเลยและภริยาก็คัดค้านไม่ให้ขายอีก เนื่องจากจำเลยและภริยาคัดค้านดังกล่าว จึงยังไม่ได้แบ่งทรัพย์สินให้นางกรายและยังไม่ได้ขายที่ดินและตามคำสั่งของเจ้า มรดก ในพินัยกรรมให้ส่งเสียทายาทเล่าเรียนจนสุดความสามารถจำเลยและภริยาก็คัดค้านที่ผู้จัดการ มรดก ทั้งสองเอาเงิน มรดก ส่งทายาทไปศึกษาต่อต่างประเทศภริยาจำเลยมาขอดูเอกสารเกี่ยวกับทรัพย์ มรดก จากนางกรายแล้วแย่งเอกสารดังกล่าวไปไม่ยอมคืนให้ จำเลยไม่ยอมรับรู้ในการฝากและถอนเงิน มรดก จากธนาคาร ในการประชุมผู้จัดการ มรดก และทายาท จำเลยและภริยาก็เกิดทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกับนายสมบูรณ์และนายทรัพย์สินทายาท การที่ภริยาจำเลยร้องขอถอนนายประสิทธิ์ศักดิ์และนายประเสริฐออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก และร้องคัดค้านต่าง ๆ เชื่อว่าจำเลยซึ่งเป็นสามีรู้เห็นเป็นใจด้วย นางกรายภริยาเจ้า มรดก และทายาททุกคนเว้นแต่ภริยาจำเลยไม่ประสงค์จะให้จำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งผู้จัดการ มรดก ตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2513 จนกระทั่งบัดนี้นางกรายและบรรดาทายาทยังมิได้รับการแบ่งปัน มรดก เลย จำเลยไม่ให้ความร่วมมือในการจัดการ มรดก และคัดค้านตลอดมา หากจะให้จำเลยเป็นผู้จัดการ มรดก อีกต่อไป การจัดการ มรดก ย่อมจะล่าช้าและอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่กอง มรดก และทายาทได้ศาลฎีกาเห็นว่าตามพฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวมา กรณีมีเหตุสมควรที่จะถอนจำเลยออกจากการเป็นผู้จัดการ มรดก ของนายสิงห์ ส่วนข้อฎีกาของจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่าไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2516 - 2517/2521 นางกราย กลิ่นสุนทร กับพวก โจทก์ นายอัมพร วิเศษแพทยา จำเลย นางอุทิศ วิเศษแพทยา ผู้ร้อง นายประสิทธิ์ศักดิ์ กลิ่นสุนทร กับพวก ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. ม. 1723 , ม. 1727 , ม. 1731