ฎีกาที่ 1475/2521
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
กรณีที่ผู้คัดค้านเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าหนี้จำเลยเมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างลูกหนี้ (จำเลย) กับผู้คัดค้าน และให้ผู้คัดค้านชำระเงินแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้จำเลยตามคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งย่อมมีสิทธิขอทุเลาการบังคับได้ ในกรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติ ล้มละลาย มิได้บัญญัติเรื่องการทุเลาการบังคับไว้ จึงต้องนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 231 เรื่องการทุเลาการบังคับมาใช้บังคับซึ่งได้กำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้น ๆ ไป ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ก็เป็นเรื่องอยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาสั่ง ถ้าการขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาก็อยู่ในอำนาจศาลฎีกา เมื่อผู้คัดค้านขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์สั่งในเรื่องการทุเลาการบังคับเป็นอย่างไรแล้ว ผู้คัดค้านไม่ มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์นั้น
ย่อยาว
คดีสืบเนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงชัยสหพันธ์เป็นโจทก์ฟ้องขอให้นายประพัฒน์ ไทเศรษฐวัฒน์สกุล เป็นบุคคล ล้มละลาย ศาลแพ่งได้พิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคล ล้มละลาย ต่อมาเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนการชำระหนี้โดยวิธีหักกลบลบหนี้ระหว่างลูกหนี้ (จำเลย) กับนายประยูร บัณฑุกุล เจ้าหนี้ โดยให้นายประยูรชำระเงินค่าตอบแทนให้แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) นายประยูรยื่นคำร้องคัดค้านขอให้สั่งยกคำร้อง ศาลแพ่งไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้โดยวิธีหักกลบลบหนี้ระหว่างนายประพัฒน์ลูกหนี้ (จำเลย) กับนายประยูรเจ้าหนี้เสีย โดยให้นายประยูรชำระเงินค่าตอบแทน การรับโอนอาคารตึกแถวจากจำเลยเป็นเงิน 1,500,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จนายประยูรเจ้าหนี้ผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งและยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ถ้าผู้ร้องหาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำสั่งศาลชั้นต้นมาวางให้เป็นที่พอใจของศาลชั้นต้น ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้องต่อมานายประยูรเจ้าหนี้ผู้คัดค้านยื่นคำร้องว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าหนี้จำเลยและมีการหักกลบลบหนี้กันจริง การที่ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าตอบแทนพร้อมด้วยดอกเบี้ยจึงเท่ากับผู้คัดค้านต้องชำระเงินเป็นทวีคูณโดยไม่ได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้ผู้ ล้มละลาย หากผู้คัดค้านแพ้คดีผู้คัดค้านก็กลับเป็นเจ้าหนี้จำเลยลูกหนี้ผู้ ล้มละลาย มีสิทธิที่จะมาขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของจำเลยได้ ไม่มีเหตุที่ผู้คัดค้านจะต้องวางหลักประกันอีก ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกเว้นไม่ให้ผู้คัดค้านต้องวางหลักประกันในชั้นทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้คัดค้านเป็นบุคคลภายนอกและเป็นเจ้าหนี้จำเลย เมื่อศาลแพ่งมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างลูกหนี้ (จำเลย) กับผู้คัดค้านและให้ผู้คัดค้านชำระเงินค่าตอบแทนการโอนตึกแถวจากจำเลยแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) ตามคำร้องของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เมื่อผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่งย่อมมีสิทธิขอทุเลาการบังคับได้ ในกรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มิได้มีบทบัญญัติเรื่องการทุเลาการบังคับไว้ พระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 153 บัญญัติว่า "กระบวนพิจารณาคดี ล้มละลาย ให้ดำเนินเป็นการด่วน ส่วนใดที่พระราชบัญญัตินี้มิได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม" กรณีจึงต้องบังคับเรื่องทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 การทุเลาการบังคับตามมาตรา 231 ได้กำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นขั้น ๆ ไปกล่าวคือ ถ้าเป็นการขอทุเลาการบังคับระหว่างอุทธรณ์ก็เป็นเรื่องอยู่ในอำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะพิจารณาสั่ง ถ้าการขอทุเลาการบังคับในระหว่างฎีกาก็อยู่ในอำนาจศาลฎีกา ฉะนั้น เมื่อผู้คัดค้านขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์สั่งในเรื่องการทุเลาการบังคับเป็นอย่างไรแล้ว ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์นั้น พิพากษายกฎีกาของผู้คัดค้าน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2521 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายประพัฒน์ ผู้ ล้มละลาย ผู้ร้อง นายประยูร ปัณฑุกุล เจ้าหนี้ ผู้คัดค้าน พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 153 ป.วิ.พ. ม. 231