ฎีกาที่ 1133/2520
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
เมื่อจำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวให้ไถ่ถอน จำนอง ภายใน 30 วันนับแต่วันได้รับหนังสือจำเลยก็พูดกับผู้ส่งหนังสือว่า ไม่มีเงิน ถ้าอยากได้เร็ว ๆ ให้ฟ้องเอา เห็นได้ว่าจำเลยได้แสดงเจตนาไม่ถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่โจทก์กำหนดให้ เมื่อโจทก์ได้ให้เวลาแก่จำเลยหลังทราบคำบอกกล่าวแล้วถึง 13 วัน อันเป็นระยะเวลาพอสมควรโจทก์มีอำนาจฟ้องได้โดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบอกกล่าว จำเลยฎีกาว่า สมควรอนุญาตให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติมตามคำร้องของจำเลย เมื่อศาลฎีกาเห็นว่า แม้จะอนุญาตให้จำเลยสืบพยานตามที่ระบุไว้นั้น ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลง ไม่มีความจำเป็นต้องสืบพยานเช่นนั้น ก็ไม่จำต้องวินิจฉัยอีกว่าสมควรจะรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยนั้นหรือไม่
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า นายยิ่ม แซ่เซียว จำนอง ที่ดินไว้กับโจทก์ นายยิ่มตาย โจทก์ขอให้จำเลยในฐานะทายาทผู้รับมรดกชำระหนี้ จำนอง แทน จำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวแล้วแจ้งว่าไม่มีเงินจะไถ่ถอน จำนอง ได้ ขอให้บังคับไถ่ถอน จำนอง จำเลยให้การว่า โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้ จำนอง ภายใน 30 วันยังไม่พ้นเวลาที่โจทก์กำหนดโจทก์ก็มาฟ้อง จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์เอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระตามสัญญาเดิมมาทบกับต้นเงินเดิมแล้วทำเป็นต้นเงินใหม่ในสัญญา จำนอง จำนวนเงินที่เกินจากต้นเงินเดิมโจทก์ไม่มีสิทธิบังคับเอาจากจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาบังคับให้จำเลยไถ่ถอน จำนอง ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยได้รับหนังสือบอกกล่าวการบังคับ จำนอง จำเลยได้พูดกับพยานโจทก์ผู้ส่งหนังสือบอกกล่าวนั้นว่า จำเลยไม่มีเงินถ้าอยากได้เร็ว ๆ ให้ฟ้องเอา เห็นว่าจำเลยได้แสดงเจตนาไม่ถือเอาประโยชน์จากระยะเวลาที่โจทก์กำหนดให้ ทั้งโจทก์ก็ได้ให้เวลาแก่จำเลยหลังจากทราบคำบอกกล่าวแล้วถึง 13 วัน อันเป็นระยะเวลานานพอสมควรแล้วเช่นนี้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้โดยไม่ต้องรอให้ครบระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบอกกล่าวอีก จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า สมควรอนุญาตให้จำเลยอ้างพยานเพิ่มเติมตามคำร้องขอยื่นบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมลงวันที่ 29 มกราคม 2518 นั้น เห็นว่าคำให้การของจำเลยมีประเด็นว่าการเอาดอกเบี้ยค้างชำระตามสัญญาเดิมมาทบกับต้นเงิน แล้วทำเป็นต้นเงินใหม่ตามสัญญา จำนอง จะมีผลบังคับได้หรือไม่ จำเลยจะนำสืบว่าดอกเบี้ยที่มาทบนั้นเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไม่ได้ เพราะเป็นการนำสืบนอกประเด็นที่ได้ให้การไว้ คดีนี้จำเลยเบิกความว่า บิดาจำเลยกู้เงินสามีโจทก์ 20,000 บาท ตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2508 และสัญญา จำนอง ทำเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2513 เห็นได้ว่าสัญญา จำนอง ที่ทำใหม่โดยเอาดอกเบี้ยที่ค้างชำระไม่น้อยกว่า 1 ปีมาทบเข้ากับต้นเงินตามคดีนี้ ย่อมมีผลใช้บังคับได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 655 พยานจำเลยที่ขออ้างเพิ่มเติมที่เป็นปัญหานั้นคือ เอกสารกู้ฉบับเดิมที่เอาดอกเบี้ยค้างชำระมาทบเป็นต้นเงินใหม่และพยานบุคคลที่รู้เห็นการทำสัญญากู้ฉบับเดิมนั้นด้วยศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะอนุญาตให้จำเลยสืบพยานตามที่ระบุไว้นั้น ก็ไม่ทำให้รูปคดีเปลี่ยนแปลง ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องสืบพยานเช่นว่านั้นอีกต่อไป จึงไม่ต้องวินิจฉัยอีกว่าสมควรจะรับบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมของจำเลยหรือไม่นั้น ฎีกาของจำเลยข้อนี้จึงตกไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1133/2520 นางสำลี ทองศรี โดยนายสำราญ ทองศรี ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเจี๊ยบ แซ่เซียว ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของนายยิ่ม แซ่เซียว จำเลย ป.พ.พ. ม. 154 , ม. 728 ป.วิ.พ. ม. 88 , ม. 142 , ม. 249