ฎีกาที่ 1674/2520
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้เรียกเงินจากโจทก์ร่วมสำหรับตนเองโดยมิชอบเพื่อช่วยเหลือมิให้ห้างที่โจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเสีย ภาษี เพิ่มขึ้น การที่โจทก์ร่วมนำเงินของกลางไปให้จำเลยตามแผนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้จับกุมจำเลยนั้น จึงเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อผูกมัดตัวจำเลยผู้กระทำผิด โจทก์ร่วมหาได้สมัครใจให้เงินจำเลยไม่ จะถือว่าเป็นการร่วมมือ ส่งเสริมสนับสนุนหรือจูงใจให้จำเลยกระทำผิดไม่ได้ โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้คืนเงินของกลางแก่โจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายฐานเรียกเอาเงินจากโจทก์ร่วมโดยมิชอบ เพื่อช่วยมิให้ห้างซึ่งโจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเสีย ภาษี การค้าเพิ่มขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149,154, 157 และขอให้ริบเงินของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ นายวิบูลย์ สินประสงค์ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 149 มีกำหนด 5 ปี 4 เดือน และริบเงินของกลาง 50,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาคดีนี้แล้ว โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอรับเงินของกลางคืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ร่วมทราบฟ้องของพนักงานอัยการดีแล้วและขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยถือเอาคำฟ้องของพนักงานอัยการซึ่งมีคำขอให้ริบเงินของกลางเป็นฟ้องของโจทก์ร่วมด้วย เมื่อศาลพิพากษาให้ริบเงินของกลาง ก็เป็นไปตามคำขอของโจทก์และโจทก์ร่วมแล้ว โจทก์ร่วมจึงมาร้องขอเงินคืนไม่ได้ให้ยกคำร้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานได้เรียกเงินจากโจทก์ร่วมสำหรับตนเองโดยมิชอบ เพื่อช่วยเหลือมิให้ห้างที่โจทก์ร่วมเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการต้องเสีย ภาษี เพิ่มขึ้น การที่โจทก์ร่วมนำเงินของกลางไปให้จำเลยตามแผนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อจะได้จับกุมจำเลยนั้น จึงเป็นการแสวงหาพยานหลักฐานเพื่อผูกมัดตัวจำเลยผู้กระทำผิด โจทก์ร่วมหาได้สมัครใจให้เงินจำเลยไม่จะถือว่าเป็นการร่วมมือ ส่งเสริมสนับสนุนหรือจูงใจให้จำเลยกระทำผิดไม่ได้โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดชอบที่จะร้องขอต่อศาลให้คืนเงินของกลางดังกล่าวแก่โจทก์ร่วมได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 โดยไม่จำเป็นต้องอุทธรณ์คัดค้าน คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ให้ริบของกลางนั้น พิพากษากลับ ให้คืนเงินของกลาง 50,000 บาทแก่โจทก์ร่วม ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1674/2520 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายวิบูลย์ สินประสงค์ โจทก์ นายสำรวย ม่วงนนท์ จำเลย ป.อ. ม. 36