ฎีกาที่ 2938/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ที่พิพาทติดกับที่นาที่โจทก์เช่าจากจำเลย และอยู่ในเขต ที่ดิน ตามเอกสารการครอบครอง ที่ดิน ของจำเลยด้วย โจทก์ได้แผ้วถางที่พิพาทแสดงการยึดถือเอาเองเป็นปรปักษ์ต่อสิทธิ์ครอบครองของจำเลย จำเลยจึงไปร้องเรียนต่ออำเภอ นายอำเภอเปรียบเทียบให้ ที่ดิน เฉพาะที่ปรากฏตามแบบสำรวจเนื้อ ที่ดิน เพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ของจำเลย ซึ่งมีที่พิพาทรวมอยู่ด้วยเป็นของจำเลย แต่โจทก์ก็ยังมิได้ส่งมอบเพราะครอบครองอยู่ตั้งแต่เช่า ดังนี้ถือได้ว่าที่โจทก์ครอบครองต่อมานั้น เป็นการครอบครองแทนจำเลยระหว่างรอการส่งมอบ หาใช่ครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนไม่ แม้จะครอบครองมาเกินหนึ่งปี ก็ไม่ได้สิทธิ์ครอบครอง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีที่นา 1 แปลง เนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ โจทก์บุกเบิกก่อสร้างทำประโยชน์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2512 เมื่อเดือน 12 พ.ศ. 2516 โจทก์ทราบว่าจำเลยทั้งสองขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ใน ที่ดิน ของตน วัดพื้นที่ครอบมาถึงที่นาของโจทก์ด้วย โจทก์บอกกล่าวแล้ว จำเลยเพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้จำเลยแก้ไขหนังสือรับรองการทำประโยชน์เสียให้ถูกต้องโดยตัดส่วนที่ครอบถึง ที่ดิน โจทก์ออก หรือใส่ชื่อโจทก์ในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ด้วยโดยแบ่ง ที่ดิน กันตามส่วนที่แต่ละคนเป็นเจ้าของ จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่เคยเกี่ยวข้องกับที่พิพาท ที่พิพาทเดิมเป็นของนายหินบิดาของนางชินภรรยาของจำเลยที่ 1 นายหินยกให้นางชิน นางชินกับจำเลยที่ 1 ครอบครองนาพิพาทมา 15 ปีเศษ นางชินได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์แล้ว เมื่อ พ.ศ. 2511 - 2512 โจทก์เคยเช่านาพิพาทจากนางชินทั้งแปลง แต่ให้ค่าเช่าปีเดียว นางชินไปร้องต่อนายอำเภอ ในที่สุดนางชินยอมสละค่าเช่า ให้โจทก์เลิกทำนาต่อไป ปี 2513 ถึงปี 2516 จำเลยที่ 1 ให้ผู้อื่นเช่า ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ที่พิพาทติดกับนาที่โจทก์เช่าจากจำเลยที่ 1 ที่พิพาทอยู่ในเขต ที่ดิน ตามเอกสารการครอบครอง ที่ดิน ของจำเลยที่ 1 โจทก์แผ้วถางที่พิพาทแสดงการยึดถือเอาเอง เป็นปรปักษ์ต่อสิทธิ์ครอบครองของจำเลย จำเลยจึงไปร้องเรียนต่ออำเภอ นายอำเภอเปรียบเทียบให้ ที่ดิน เฉพาะที่ปรากฏตามแบบสำรวจเนื้อ ที่ดิน เพื่อเสียภาษีบำรุงท้องที่ของจำเลยที่ 1 ซึ่งมีที่พิพาทรวมอยู่ด้วยเป็นของจำเลยที่ 1 แต่โจทก์ก็ยังมิได้ส่งมอบเพราะครอบครองอยู่ตั้งแต่เช่า วินิจฉัยว่า ถือได้ว่าที่โจทก์ครอบครองต่อมานั้น เป็นการครอบครองแทนจำเลยที่ 1 ระหว่างรอการส่งมอบ หาใช่ครอบครองโดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนไม่ แม้โจทก์จะครอบครองที่พิพาทมาเกินหนึ่งปี โจทก์ก็หาได้สิทธิ์ครอบครองไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2938/2519 นายบิ้ง สร้อยสันเทส โจทก์ นายอ่อน ล้อประโคน ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล. ป.พ.พ. ม. 1367 , ม. 1375