ฎีกาที่ 2899-2900/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คดีสองสำนวนศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนหลังจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ย่อมมีหน้าที่นำสืบอยู่แล้ว ที่ศาลสั่งให้โจทก์นำสืบก่อนทั้งสองสำนวนนั้นเป็นการชอบแล้ว
ย่อยาว
คดีสองสำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรก โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของ ที่ดิน มือเปล่าจำเลยในฐานะนายอำเภอมีคำสั่งไม่ชอบด้วยกฎหมายให้นายจวน ตระการผลกำนันทำการปักหลักยึดเอา ที่ดิน ของโจทก์ว่าเป็น ที่ดิน สาธารณประโยชน์ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้พิพากษาว่า ที่ดิน เป็นของโจทก์ ทำลายคำสั่งของจำเลย ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยให้การว่า ที่ดิน ตามฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของหนองน้ำสาธารณะประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยมีหน้าที่ดูแลรักษาสาธารณสมบัติของแผ่นดิน การสั่งให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยปักหลักแสดงเขตหนองน้ำนั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า ที่ดิน แปลงเดียวกับสำนวนแรกเป็นของโจทก์จำเลยทั้งสองปักหลักใน ที่ดิน ดังกล่าวโดยอ้างว่าเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินราษฎรใช้ร่วมกัน นายอำเภอให้จำเลยปักหลักไว้ เป็นการบุกรุก ที่ดิน โจทก์ ขอให้พิพากษาว่า ที่ดิน เป็นของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนหลักออกไป ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาหน้าที่นำสืบว่า คดีสองสำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนหลังจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ โจทก์ย่อมมีหน้าที่นำสืบอยู่แล้ว ที่ศาลสั่งให้โจทก์เป็นฝ่ายมีหน้าที่นำสืบก่อนทั้งสองสำนวนนั้นเป็นการชอบแล้ว ส่วนว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือไม่นั้นวินิจฉัยว่า คดีฟังไม่ได้ว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2899 - 2900/2519 นายลี เกลี้ยงพร้อม โจทก์ นายอำพัน วิมุกตานนท์ จำเลย นายลี เกลี้ยงพร้อม โจทก์ นายจวน ตระการผล กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. ม. 84 , ม. 197 , ม. 205