ฎีกาที่ 1332/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้โจทก์มิได้แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายในกำหนด 7 วันตามคำสั่ง ศาลชั้นต้น ในกรณีส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องให้แก่จำเลยไม่ได้ก็ตาม เมื่อได้ความว่าโจทก์ได้เอาใจใส่ในการดำเนินคดีของโจทก์มาโดยตลอด พนักงานศาลไปส่งหมายเรียกกับสำเนาคำฟ้องให้จำเลยผิดจากวันที่นัดหมายกันไว้ โดยโจทก์ไม่ทราบ ไม่ได้นำส่ง แต่โจทก์ก็ติดตามทำคำแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้มอบหมายให้ผู้อื่นไปยื่นต่อศาลแต่เกินกำหนด 7 วัน ซึ่งศาลได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่ในตราประทับรับฟ้องเดิมที่กำหนดไว้ 15 วันไปเพียงวันเดียว จึงยังไม่ได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลกำหนด ศาลจะมีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งฟ้องและให้จำหน่ายคดีจากสารบบความหาได้ไม่
ย่อยาว
โจทก์ที่ 1 ในฐานะเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ และโจทก์ที่ 2 ในฐานะผู้รับ ประกันภัย รถยนต์คันดังกล่าวซึ่งรับช่วงสิทธิ ได้ฟ้องจำเลยเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดที่ลูกจ้างของจำเลยได้ทำการในทางการที่จ้าง ขับรถยนต์โดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 เสียหาย ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยให้แก่โจทก์รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 49,450 บาท วันที่ 22 กรกฎาคม 2518 เจ้าพนักงานศาลรายงานศาลว่า คดีนี้ ได้นำหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไปส่งให้แก่จำเลยตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2518 เกิน 7 วันแล้ว แต่โจทก์ไม่มาแถลงดำเนินการแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ไม่แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปในกำหนด 7 วัน ตามที่ศาลสั่งในคำฟ้อง ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง ให้จำหน่ายคดี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า ยังไม่อาจถือได้ว่าโจทก์มีเจตนาจะทิ้งฟ้อง พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า วันที่ 2 กรกฎาคม 2518 โจทก์ขอให้ศาลชั้นต้นส่งหมายเรียกกับสำเนาคำฟ้องไปให้ศาลจังหวัดนครราชสีมาจัดการส่งให้จำเลย ต่อมาวันที่ 9 กรกฎาคม 2518 โจทก์ได้ไปวางเงินค่าพาหนะและค่าป่วยการในการส่งต่อเจ้าพนักงานศาลจังหวัดนครราชสีมา แล้วนัดจะไปส่งกันในวันนั้น แต่ไม่ได้ไปเพราะเหตุใดไม่ปรากฏ ครั้นวันที่ 14 กรกฎาคม 2518 พนักงานศาลจังหวัดนครราชสีมาแต่ผู้เดียวไปส่ง แต่ส่งไม่ได้ ศาลจังหวัดนครราชสีมาจึงส่งคืนศาลเดิม วันที่ 22 กรกฎาคม 2515 โจทก์ได้ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นขอให้จัดการส่งหมายเรียกกับสำเนาคำฟ้องให้จำเลยใหม่อีกครั้งหนึ่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลได้จำหน่ายคดีจากสารบบความตั้งแต่เช้าแล้ว จึงไม่อาจจัดการให้ส่งหมายใหม่ให้จำเลยอีก ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ได้เอาใจใส่ในการดำเนินคดีของโจทก์ตลอดมา พนักงานศาลจังหวัดนครราชสีมาไปส่งหมายเรียกและสำเนาฟ้องผิดจากวันที่นัดหมายกันไว้โดยโจทก์ไม่ทราบ ไม่ได้นำส่ง แต่โจทก์ก็ติดตามทำคำแถลงเกี่ยวกับเรื่องนี้มอบหมายให้ผู้อื่นไปยื่นต่อศาลชั้นต้น แต่เกินกำหนด 7 วันซึ่งศาลชั้นต้นแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่ในตราประทับรับฟ้องเดิมที่กำหนดไว้ 15 วันไปเพียงวันเดียวเท่านั้น ตามพฤติการณ์ดังกล่าว ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีในเวลาตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1332/2519 นางสาวจรรยา นาสวนไชยที่ 1 บริษัทธนกิจ ประกันภัย จำกัด โดยนายมนูญ วัฒนสุวรรณ ผู้รับมอบอำนาจ ที่ 2 โจทก์ บริษัทนครชัยขนส่ง จำกัด ล. ป.วิ.พ. ม. 18 , ม. 70 , ม. 132 , ม. 173 , ม. 174 (2)