ฎีกาที่ 1983-1989/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
โจทก์สั่งใบชาจากต่างประเทศแล้วมาแบ่งบรรจุกระป๋อง กล่อง และห่อ ที่มีเครื่องหมายการค้าและตรายี่ห้อของโจทก์ประทับอยู่ และจำหน่ายตามชนิดที่ได้แยกและนำใบชาที่ลูกค้าเอามาคืนไปอบไล่กลิ่นออกแล้วผสมกับใบขาชนิดเดียวกัน กับเอาใบชาที่ขายไม่ออกผสมกับใบชาชนิดเดียวกันที่สั่งเข้ามาใหม่ บรรจุภาชนะขาย นั้น มิได้แปรรูปหรือเปลี่ยนสภาพเป็นสินค้าชนิดใหม่ และหาใช่เป็นการประกอบหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ไม่ จึงไม่ใช่การผลิต ไม่ต้องเสีย ภาษี การค้าในฐานะผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากร
ย่อยาว
โจทก์แต่ละสำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่จัดเก็บ ภาษี อากร จำเลยที่ 2 เป็นพนักงานประเมิน จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 เป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร โจทก์ทุกสำนวนเป็นผู้นำเข้าซึ่งสินค้าใบชาที่บรรจุในหีบหรือลัง ซึ่งมีชื่อการค้าและเครื่องหมายการค้าประทับจากต่างประเทศ แล้วนำใบชาดังกล่าวมาบรรจุแบ่งในห่อกระดาษและกระป๋องขนาดต่าง ๆ เพื่อจำหน่าย โดยโจทก์เสีย ภาษี การค้าในอัตราร้อยละ 5 ที่ด่านศุลกากรขณะนำเจ้ามาแล้ว ต่อมาจำเลยที่ 2 มีหนังสือแบบแจ้งประเมิน ภาษี การค้า แจ้งให้โจทก์นำเงิน ภาษี การค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับและ ภาษี บำรุงเทศบาลไปชำระ โดยอ้างว่าการที่โจทก์แต่ละสำนวนนำไปชาแบ่งบรรจุเป็นหีบห่อและกระป๋องเล็ก ๆ ซึ่งมีชื่อการค้าหรือเครื่องหมายการค้า เป็นการผลิตใบชาขึ้นใหม่ ต้องเสีย ภาษี การค้าในฐานะผู้ผลิตอีกร้อยละ 5 เพราะป็นสินค้าตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 บัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกา บัญชีที่ 1 หมวด 1(4) โจทก์ทุกคนอุทธรณ์ การประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5 มีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินเป็นการถูกต้องตามกฎหมายและชอบแล้ว ยกอุทธรณ์ของโจทก์ทุกคน และให้นำเงิน ภาษี ไปชำระพร้อมทั้งเงินเพิ่มตามมาตรา 89 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากรอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของเงิน ภาษี การประเมินและคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์นำใบชาที่สั่งเข้ามาแบ่งบรรจุห่อและกระป๋องเล็ก ๆ เพื่อสะดวกแก่การขายและผู้ซื้อ ไม่ได้แปรรูป แปรสภาพของใบชาให้ผิดไปจากเดิม โจทก์ไม่ใช่ผู้ผลิต และบัญชีอัตรา ภาษี การค้าท้ายหมวด 4 แห่งประมวลรัษฎากรบัญญัติให้ผู้ประกอบการค้าที่ต้องเสีย ภาษี สำหรับการค้าชนิด 1 ก. คือผู้ที่นำเข้ามาจึงไม่ต้องเสีย ภาษี ในฐานะผู้ผลิตอีก เพราะเป็นการประเมินเก็บ ภาษี ซ้อน หากโจทก์จะต้องเสีย ภาษี ในฐานะผู้ผลิต ก็ควรเสียในอัตราร้อยละ 1.5 จากจำนวนของส่วนที่เกินจากที่ได้เสียไว้แล้ว เพราะสินค้าที่ผลิตไม่ใช่สินค้าที่ระบุไว้ในบัญชีที่ 1 และบัญชีที่ 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 ซึ่งใช้บังคับในขณะที่นำสินค้าเข้า ขอให้พิพากษายกเลิกเพิกถอนใบสั่งประเมินเรียกเก็บ ภาษี การค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และ ภาษี บำรุงเทศบาลสำหรับ ภาษี การค้าของจำเลยที่ 1 ที่ 2 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ให้โจทก์ชำระค่า ภาษี การค้าเสีย จำเลยให้การว่า โจทก์ทุกสำนวนเป็นผู้ประกอบการค้านำใบชาเข้ามาในราชอาณาจักร ต้องเสีย ภาษี การค้านำเข้า และทำการผลิตสินค้าดังกล่าวโดยนำใบชาดังกล่าวบางส่วนมาคัด ผสม กับใบชาหรือวัตถุอื่นประกอบ สภาพของใบชาเปลี่ยนแปลงไปคนละอย่างคนละชนิดจากที่นำเข้า แล้วแบ่งภาชนะลงในกล่อง กระป๋อง ห่อผนึก มีชื่อยี่ห้อ ตรา เครื่องหมายการค้าของโจทก์ เพื่อให้ผู้ซื้อเชื่อถือในคุณภาพของสินค้าแล้วจำหน่ายในฐานะผู้ผลิต จึงต้องเสีย ภาษี การค้าในฐานะผู้ผลิตอีกร้อยละ 5 ของรายรับ เพราะไม่ใช่สินค้าที่ได้รับการลด ภาษี การค้าตามที่ระบุไว้ในบัญชีที่ 1 และที่ 2 ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร(ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 และจะนำ ภาษี ที่ชำระไว้แล้วมาหักออกไม่ได้ ฯลฯ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาเพิกถอนการประเมินเรียกเก็บ ภาษี การค้าของเจ้าพนักงานประเมินตามแบบแจ้งการประเมินท้ายคำฟ้องโจทก์ และเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ทุกสำนวน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนนำใบชาจากต่างประเทศแล้วมาแบ่งบรรจุกระป๋อง กล่อง และห่อ ที่มีเครื่องหมายการค้าและตรายี่ห้อของโจทก์ประทับอยู่ ออกจำหน่ายแก่ผู้ซื้อเป็นการผลิต และโจทก์จะต้องเสีย ภาษี การค้าในฐานะผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากรอีกส่วนหนึ่งหรือไม่ นั้นเห็นว่า ประมวลรัษฎากรมาตรา 77 ได้นิยามคำว่า "ผลิต" ไว้ว่า "หมายความว่าทำการเกษตรหรือขุดค้นทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบ แปรรูป แปรสภาพสินค้า หรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ " การที่โจทก์นำใบชาสั่งจากต่างประเทศซึ่งได้เสีย ภาษี การค้าในฐานะผู้นำเข้าแล้วมาแบ่งบรรจุภาชนะ เช่น กระป๋องเล็ก ๆ กล่อง และ ห่อ นั้นเห็นได้ว่า เป็นการกระทำเพื่อเป็นความสะดวกแก่ผู้ซื้อรายย่อยจะซื้อได้เท่าจำนวนที่ต้องการและสะดวกในการที่จะนำพาไป และที่มีเครื่องหมายการค้าและตรายี่ห้อของโจทก์ประทับอยู่ที่ภาชนะ ก็เพื่อให้ผู้ซื้อทราบถึงชนิดของใบชา และทราบว่าเป็นสินค้าของโจทก์นั่นเอง การที่โจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนแบ่งใบชาออกบรรจุภาชนะจำหน่ายเป็นชนิดตามที่ได้แยกไว้แล้วจากต่างประเทศ มิได้นำมาปนกัน แม้จะได้ความว่ามีการนำใบชาบางส่วนที่ขึ้นมาอบให้แห้งเสมือนสภาพเดิมเพื่อไม่ให้ราขึ้น และมีกลิ่นเหม็น และการที่โจทก์สำนวนที่เจ็ดนำเอาใบชาที่ลูกค้าเอามาคืนไปอบกลิ่นออกแล้วผสมกับใบชาชนิดเดียวกัน กับเอาใบชาที่ขายไม่ออกผสมกับใบชาชนิดเดียวกันที่สั่งเข้ามาใหม่บรรจุภาชนะขาย ก็เป็นวิธีการตามธรรมดาของพ่อค้าที่จะระมัดระวังดูแลสินค้าของตนไม่เสียหาย และเพื่อให้สินค้าเก่าที่ค้างอยู่ ขายได้พร้อมกับสินค้าใหม่ที่สั่งมาใหม่ สินค้าใบชาดังกล่าวยังคงมีสภาพเป็นสินค้าใบชาเช่นเดิม มิได้แปรรูปหรือเปลี่ยนสภาพเป็นสินค้าชนิดใหม่ และการกระทำดังกล่าวหาใช่เป็นการประกอบหรือทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีขึ้นซึ่งสินค้าไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ ไม่ การกระทำของโจทก์ทั้งเจ็ดสำนวนดังกล่าวจึงไม่ใช่การผลิต ไม่ต้องเสีย ภาษี การค้าในฐานะผู้ผลิตตามประมวลรัษฎากร พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1983 - 1989/2519 นายท่วนง้วน แซ่ตั้ง โจทก์ กรมสรรพากร โดยนายเยื่อ สุสายันต์ อธิบดีที่ 1 กับพวกรวม 5 คน ล. และสำนวนอื่น ๆ อีก รวม 7 สำนวน ป.รัษฎากร ม. 77 , ม. 79 ทวิ , พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509