ฎีกาที่ 1916/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 28
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ในการเช่านา ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นการข่มขู่หรือขืนใจให้ผู้เช่านาต้องชำระค่าเช่านาก่อนเสร็จฤดูการทำนา (2) เรียกเก็บเงินมัดจำหรือเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 45
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเรียกหรือรับค่าเช่านาเกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอกำหนด หรือแสดงรายการปรับปรุงนาตามมาตรา 21 อันเป็นเท็จ หรือฝ่าฝืนมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 46
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
การเช่านารายใดซึ่งได้ทำไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาต่ำกว่าหกปี ให้การเช่านารายนั้นมีกำหนดหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแ...
ย่อสั้น
ขณะที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มีผลใช้บังคับ คือวันที่ 18 ธันวาคม 2517 ผู้เสียหายเช่ายังเช่านาพิพาทอยู่ และเป็นการเช่าที่ไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาแต่ต่ำกว่า 6 ปี กำหนดการเช่านาที่ทำไว้เดิมนั้นก็ต้องยืดออกไปอีก 6 ปี โดยผู้เสียหายไม่จำเป็นต้องแสดงเจตนาจะเช่านาต่อไป และต้องไปตกลงกันใหม่กับจำเลยเจ้าของนาอีก เว้นแต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์จะเช่านาต่อไปตามมาตรา 46
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า ในขณะที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับจำเลยได้ให้นายเฉลา ดีสม เช่านา 24 ไร่ 80 วา ใช้สำหรับทำนามีกำหนดเวลาเช่าต่ำกว่า 6 ปี การเช่านาจึงต้องมีกำหนดเวลาเช่าตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 นายเฉลาผู้เช่ายังมีความประสงค์ที่จะเช่านาต่อไป เมื่อระหว่างวันที่ 5 พฤษภาคม จนถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2518 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้บังอาจกระทำความผิดกฎหมายหลายบทหลายกระทง โดยเจตนาทุจริตเพื่อให้นายเฉลาผู้เช่านาได้รับประโยชน์จากนาที่เช่าลดน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในการเช่านา และน้อยกว่าสิทธิที่ผู้เช่านามีอยู่ตามกฎหมาย โดยบังอาจก่อให้นายพันธ์ กรัดกระยาง ซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง กระทำความผิดอาญาฐาน บุกรุก โดยจำเลยจ้างวาน ใช้ ยุยงส่งเสริมให้นายพันธ์ เข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ที่นาดังกล่า เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดแล้วทำการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุขของนายเฉลาผู้เช่านา โดยเข้าไปไถนาปลูกข้าวลงในที่นาแปลงนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2417 มาตรา 28(4), 45 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362,84 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า การเช่านาพิพาทเป็นการตกลงเช่าเป็นรายปี และเพิ่งเช่าทำเมื่อ พ.ศ. 2517 ยังฟังไม่ได้ว่าในปี 2518 ผู้เสียหายได้แสดงเจตนาจะเช่านาของจำเลยต่อไป โดยได้ไปตกลงขอเช่าที่นาจากจำเลยแล้ว สิทธิการเช่านาระหว่างผู้เสียหายกับจำเลยจึงยังไม่เกิดขึ้น ผู้เสียหายยังไม่มีสิทธิครอบครองทำนาของจำเลยการที่จำเลยเข้าทำนาของจำเลยเองนั้น ไม่เป็นความผิดฐาน บุกรุก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 และไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 28(4), 45 พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการสืบพยานโจทก์ที่เหลือและสืบพยานจำเลยต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ขณะที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มีผลใช้บังคับ ผู้เสียหายเช่านาพิพาทอยู่ และเป็นการเช่าที่นาไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาแต่ต่ำกว่า 6 ปี กำหนดการเช่านาที่ทำไว้เดิมนั้นก็ต้องยืดออกไปอีก 6 ปี โดยอำนาจของกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 46 การกระทำของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องก็ย่อมเป็นความผิดอาญาตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ได้ เว้นแต่ผู้เสียหายไม่ประสงค์เช่านาต่อไปเท่านั้น และโดยเหตุที่การยืดเวลาการเช่าเช่นนี้เป็นผลมาจากการที่กฎหมายได้บังคับไว้ คู่กรณีจึงไม่จำเป็นต้องไปตกลงกันใหม่อีก คดีจึงชอบที่จะต้องพิจารณาพยานหลักฐานต่อไป ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต้องแล้วด้วยความเห็นของศาลฎีกาแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1916/2519 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายสำ ฉายวัง ล. พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม. 28 , ม. 45 , ม. 46