ฎีกาที่ 1915/2519
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 28
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ในการเช่านา ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการ ดังต่อไปนี้ (1) กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดอันเป็นการข่มขู่หรือขืนใจให้ผู้เช่านาต้องชำระค่าเช่านาก่อนเสร็จฤดูการทำนา (2) เรียกเก็บเงินมัดจำหรือเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 45
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
ผู้ใดเรียกหรือรับค่าเช่านาเกินอัตราขั้นสูงที่คณะกรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอกำหนด หรือแสดงรายการปรับปรุงนาตามมาตรา 21 อันเป็นเท็จ หรือฝ่าฝืนมาตรา 28 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 มาตรา 46
พ.ศ. 2517 · ตรงจากแหล่ง
การเช่านารายใดซึ่งได้ทำไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา หรือมีกำหนดเวลาต่ำกว่าหกปี ให้การเช่านารายนั้นมีกำหนดหกปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ เว้นแ...
ย่อสั้น
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญา และมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ประทับฟ้องโจทก์รวมทั้งคดีส่วนแพ่งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ดังนี้ คำสั่งศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกาในส่วนอาญา แต่มีสิทธิฎีกาสำหรับคดีส่วนแพ่งได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้เช่านาของจำเลย ตามมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 โจทก์มีสิทธิเช่านาจำเลยต่อไปอีก 6 ปี จำเลยกับพวกได้ร่วมกัน บุกรุก เข้าไปไถหว่าน ทำให้โจทก์ไม่อาจทำนาในปี พ.ศ. 2518 - 2519เป็นการรบกวนการครอบครองที่นาซึ่งโจทก์เป็นผู้เช่าโดยปกติสุข และทำให้โจทก์ไม่อาจเช่านาได้ครบ 6 ปี นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2517 ที่พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 ใช้บังคับ โจทก์เสียหายคิดเป็นเงิน 9,000 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 พระราชบัญญัติควบคุมการเช่านาพ.ศ. 2517 มาตรา 45, 28 ให้จำเลยให้โจทก์เช่านาพิพาทเป็นเวลา 6 ปี นับแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2517 ห้ามจำเลยรบกวนการครอบครอง หากโจทก์ไม่อาจเข้าทำนาได้ ก็ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 9,000 บาทจนกว่าโจทก์จะเข้าทำนาแปลงพิพาทได้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว พิพากษายกฟ้องคดีส่วนอาญา และมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีส่วนแพ่ง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีโจทก์มีมูล พิพากษากลับ ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องโจทก์ รวมทั้งคดีส่วนแพ่งไว้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในส่วนอาญา เห็นว่าคดีนี้อยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 170 บัญญัติว่า คำสั่งศาลที่ให้คดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ฉะนั้น คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ว่าคดีมีมูลย่อมถึงที่สุด จำเลยจึงไม่มีสิทธิฎีกา สำหรับคดีส่วนแพ่ง เห็นว่า จำเลยมีสิทธิฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 และเห็นว่าคดีแพ่งเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องรวมมาในคดีอาญาได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1915/2519 นางบุญธรรม อ่วมทอง โจทก์ นางสาวกรองกาญจน์ ส่งเสริมอุดมชัย จำเลย ป.อ. ม. 362 , ม. 365 ป.วิ.อ. ม. 40 , ม. 170 ป.วิ.พ. ม. 247 พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านา พ.ศ.2517 ม. 28 , ม. 45 , ม. 46