ฎีกาที่ 2399/2518
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยลักไก่ 4 ตัวไปจากบ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายชวนเพื่อนบ้านออกติดตามไป 1 ชั่วโมงเศษ ถึงกระท่อมนาซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 100 เส้น คนละหมู่บ้านกัน พบเข่งไก่กับไก่ 4 ตัวอยู่ในกระท่อม จำเลยนั่งอยู่ใกล้เข่งไก่ ผู้เสียหายเข้าไปถามจำเลย จำเลยลุกขึ้นยืนถือเหล็กแหลมจ้องมาทางผู้เสียหายกับพวก ผู้เสียหายกับพวกจึงช่วยกันจับจำเลยไว้ ดังนี้ เมื่อจำเลยถือเหล็กแหลมจ้องขู่ผู้เสียหายนั้น การ ลักทรัพย์ ของจำเลยขาดตอนไปแล้ว ไม่ใช่อยู่ในระหว่างพาทรัพย์ไป การขู่จะทำร้ายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลัง มิได้ต่อเนื่องในการกระทำความผิดฐาน ลักทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเหล็กแหลมเป็นอาวุธติดตัวบังอาจลักไก่ 4 ตัวของนายบุญมี ผู้เสียหายไปโดยทุจริต โดยจำเลยใช้เหล็กแหลมขู่จะแทงทำร้ายร่างกายผู้เสียหายกับพวก ทั้งนี้ เพื่อความสะดวกแก่การ ลักทรัพย์ และพาทรัพย์นั้นไป เพื่อยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ และเพื่อให้พ้นจากการจับกุม เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยเหล็กแหลม 1 เล่มที่จำเลยใช้กระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นการ ลักทรัพย์ ไม่ใช่ชิงทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 คงจำคุก 8 เดือน ริบของกลาง โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่า ในวันเวลาเกิดเหตุจำเลยลักไก่ 4 ตัวไปจากบ้านผู้เสียหาย ผู้เสียหายชวนนายคำผลเพื่อนบ้านออกติดตามไป 1 ชั่วโมงเศษถึงกระท่อมนาของนายจิตซึ่งอยู่ห่างบ้านผู้เสียหายประมาณ 100 เส้นคนละหมู่บ้านกันไปพบเข่งไก่กับไก่ 4 ตัวอยู่ในกระท่อมนาของนายจิต จำเลยนั่งอยู่ใกล้เข่งไก่ ผู้เสียหายเข้าไปถามว่า มึงเอาเข่งไก่กูมาทำไม จำเลยตอบว่าไม่ใช่ของพ่อลุง แล้วลุกขึ้นยืนถือเหล็กแหลมจ้องมาทางผู้เสียหายกับพวก ผู้เสียหายกับพวกจึงช่วยกันจับกุมจำเลยส่งผู้ใหญ่บ้านและตำรวจดำเนินคดีนี้ ได้ความดังกล่าวแล้วเห็นว่า เมื่อจำเลยถือเหล็กแหลมจ้องขู่ผู้เสียหายนั้น การ ลักทรัพย์ ของจำเลยขาดตอนไปแล้ว ไม่ใช่อยู่ในระหว่างพาทรัพย์ไป การขู่จะทำร้ายเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นภายหลังมิได้ต่อเนื่องในการกระทำความผิดฐาน ลักทรัพย์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2399/2518 พนักงานอัยการจังหวัดร้อยเอ็ด โจทก์ นายน้อย หรือบุญชู นิลผาย หรือสุ่มมาตย์ จำเลย ป.อ. ม. 335 , ม. 339 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ข้อ 14