ฎีกาที่ 2110/2518
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในการฟ้องลูกหนี้ให้ ล้มละลาย นั้น เจ้าหนี้เพียงแต่บรรยายฟ้องว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(1) และระบุข้อความอื่นตามมาตรา 9(2) และ 9(3) ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว เจ้าหนี้ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างไร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าหนี้จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพันตัว
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดมีนายพิพัฒน์(จำเลยที่ 2) เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยเป็นหนี้โจทก์ค่าซื้อสินค้าและหนี้อื่นรวมเป็นเงิน 382,130.73 บาท จำเลยไม่มีทรัพย์สินเหลืออีกเลย และมีเจ้าหนี้อื่นซึ่งยังมิได้รับชำระอีกหลายราย จำเลยจึงมีหนี้สินล้นพ้นตัว ขอให้ศาลมีคำสั่งพิทักษ์จำเลยเด็ดขาด และพิพากษาให้จำเลยทั้งสองเป็นบุคคล ล้มละลาย จำเลยที่ 1ให้การว่า จำเลยซื้อสินค้าโจทก์จริง แต่ราคาสินค้าขาดอายุความแล้ว และจำเลยที่ 1 ได้ชำระหนี้ให้โจทก์แล้ว 274,014 บาท คงค้างชำระเพียง 154,501.25 บาท ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ไม่ยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์อยู่อีก 277,464.93 บาท ซึ่งเป็นหนี้ที่กำหนดได้แน่นอน จำเลยที่ 2 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของจำเลยที่ 1 ประเภทไม่จำกัดความรับผิด จึงต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยที่ 1 แล้ว ไม่พอชำระหนี้ และจำเลยทั้งสองไม่มีทรัพย์สินอื่นจะพึงยึดมาชำระหนี้ได้อีก ทั้งจำเลยที่ 1 ก็ให้การรับว่ากิจการค้าของจำเลยที่ 1ขาดทุนมาก จึงไม่สามารถชำระหนี้ได้ ฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัว มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยทั้งสองเด็ดขาด จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองมีหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างไร แต่ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าได้มีหนังสือถามจำเลยทั้งสอง ทั้งไม่ได้นำสืบว่าได้ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสองให้ ล้มละลาย นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าในการฟ้องลูกหนี้ให้ ล้มละลาย นั้น เจ้าหนี้เพียงแต่บรรยายฟ้องว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 9(1) และระบุข้อความอื่นตามมาตรา 9(2) และ 9(3) ก็เป็นฟ้องที่สมบูรณ์แล้ว เจ้าหนี้ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่า ลูกหนี้มีหนี้สินล้นพ้นตัวอย่างไร ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เจ้าหนี้จะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาว่าลูกหนี้มีหนี้สินล้นพันตัว ทั้งโจทก์ได้บรรยายฟ้องและนำสืบแล้วว่าโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยชำระหนี้แล้ว แต่จำเลยไม่ชำระให้โจทก์ ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่มีหนี้สินล้นพ้นตัว ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยที่ 1 มีหนี้สินล้นพ้นตัว จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 1 ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ด้วย พิพากษายืน (มงคล วัลยะเพ็ชร์ วิทูร เทพพิทักษ์ ล้วน นิลกำแหง) ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2110/2518 บริษัทแอลแคนไทย จำกัด โดยนายมนัส ยิ้มอ่อน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดปิยะอลูมิเนียม โดยนายพิพัฒน์ อดุลยพิเชฏฐ์ หุ้นส่วนผู้ จัดการที่ 1 กับพวกรวม 2คน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 172 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 9