ฎีกาที่ 1698/2518
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 มาตรา 3
พ.ศ. 2475 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 3 ให้ยกเลิกมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน “มาตรา 10 โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 (ยกเลิก) มาตรา 40
พ.ศ. 2475 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 40 ค่าภาษีนั้น ท่านให้เจ้าของทรัพย์สินเป็นผู้เสีย แต่ถ้าที่ดินและโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ เป็นของคนละเจ้าของ เจ้าของโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ต้องเสียค...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 (ยกเลิก) มาตรา 46
พ.ศ. 2475 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 46 ผู้ใดละเลยไม่แสดงข้อความตามที่กล่าวไว้ในมาตรา 20 เว้นแต่จะเป็นด้วยเหตุสุดวิสัย ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระหว่างโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท
ย่อสั้น
ตามพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น จะต้องเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดินทุกชนิด เว้นแต่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา 9 และ 10 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2475 มาตรา 3 โรงเรือนของจำเลยใช้ทำเป็นหอพักโดยได้รับค่าตอบแทนและบริการอย่างอื่นจากผู้มาพักตามพระราชบัญญัติหอพัก แม้จำเลยจะอยู่อาศัยในหอพักนั้นด้วย โรงเรือนของจำเลยก็ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว การใช้เป็นหอพักได้ผลประโยชน์ตอบแทนเหมือนการใช้ประกอบกิจการอย่างอื่นจึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับยกเว้นการเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 10 เมื่อจำเลยไม่ไปรับแบบพิมพ์มากรอกรายการยื่นภายในกำหนดตามประกาศ ย่อมเป็นการละเลยต่อหน้าที่ของผู้รับประเมินที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จึงมีความผิดตามมาตรา 20,46
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2517 รองผู้อำนวยการสำนักการคลังกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายได้ออกประกาศให้ผู้รับประเมินซึ่งมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร อันต้องเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดินประจำปี พ.ศ. 2517 ไปรับแบบพิมพ์เพื่อกรอกรายการและรับรองข้อความนั้นว่าเป็นความจริงตามความรู้เห็นของตนแล้วลงวันเดือนปีและนามของตนยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ประจำเขตที่ทรัพย์สินนั้น ตั้งอยู่ภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2517 จำเลยทราบประกาศนั้นแล้ว ได้บังอาจกระทำผิดต่อกฎหมาย คือเมื่อระหว่างวันที่ 2 มกราคม 2517 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2517 เวลากลางวันจำเลยซึ่งเป็นผู้รับประเมินมีกรรมสิทธิ์ในบ้านเลขที่ 36/1 ถนนตานี แขวงตลาดยอด อันเป็นโรงเรือนที่ได้ให้ผู้อื่นเช่าอยู่อาศัย และตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร เข้าข่ายจะต้องไปรับแบบพิมพ์และกรอกรายการเพื่อเสีย ภาษี โรงเรือนยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เขตพระนครภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ได้บังอาจละเลยไม่แสดงข้อความตามที่กล่าวไว้ในประกาศข้างต้น โดยไม่มีเหตุสุดวิสัย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 19, 20, 46 พระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2485 มาตรา 3 จำเลยให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยาน คู่ความแถลงรับกันว่า จำเลยมีกรรมสิทธิ์โรงเรือนตามที่ระบุไว้ในฟ้องและได้ละเลยไม่ยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินเพื่อเสีย ภาษี โรงเรือนภายในกำหนดเวลาตามประกาศตามฟ้องโดยได้ทราบประกาศดังกล่าวแล้ว โรงเรือนของจำเลยดังกล่าวเป็นหอพักตามกฎหมาย จำเลยอาศัยอยู่ในหอพักนี้เป็นบางส่วน และจำเลยได้รับค่าตอบแทนและค่าบริการอย่างอื่นจากผู้มาพักตามพระราชบัญญัติหอพัก และจำเลยอ้างว่าไม่ต้องยื่นเสีย ภาษี โรงเรือนตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานของทั้งสองฝ่ายแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยเคยยื่นแบบแจ้งรายการเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดินเมื่อปี พ.ศ. 2515 เทศบาลนครหลวงไม่ยอมรับจำเลยก็ได้ยื่นใหม่ตามที่คำนวณ และฟ้องเป็นคดีแพ่งขอให้เพิกถอนการประเมินและคืน ภาษี คดีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างพิจารณา จำเลยไม่มีเจตนาละเมิดต่อกฎหมายการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยใช้โรงเรือนเป็นหอพักและได้รับเงินค่าตอบแทนถือว่าเป็นการให้เช่า จึงต้องยื่นแบบแสดงรายการทรัพย์สินเพื่อเสีย ภาษี ภายในกำหนด การที่จำเลยละเลยเป็นการกระทำผิดตามฟ้องแล้ว ไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยฟ้องคดีแพ่งเรียก ภาษี คืนเกี่ยวกับ ภาษี โรงเรือน พ.ศ. 2515 จากโจทก์ และคดีอยู่ระหว่างพิจารณาหรือไม่ พิพากษากลับว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 มาตรา 19, 20, 46 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2485 มาตรา 3ปรับจำเลย 100 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิจารณาแล้วเห็นว่าตามพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ กับที่ดินซึ่งใช้ต่อเนื่องกับโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างนั้น จะต้องเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดินทุกชนิด เว้นแต่ทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติไว้ในมาตรา 9 และมาตรา 10 ที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ภาษี โรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2475 มาตรา 3 จึงจะได้รับยกเว้นการเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดิน ข้อที่จำเลยฎีกาว่าโรงเรือนของจำเลยได้รับยกเว้นการเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดินตามมาตรา 10 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2475 มาตรา 3 นั้น บทบัญญัติมาตรานี้บัญญัติว่า"โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษาและซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมท่านให้งดเว้นจากบทบัญญัติแห่งภาคนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2475 เป็นต้นไป"เห็นว่าโรงเรือนของจำเลยใช้ทำเป็นหอพักโดยได้รับค่าตอบแทนและบริการอย่างอื่นจากผู้มาพักตามพระราชบัญญัติหอพัก แม้จำเลยจะอยู่อาศัยในหอพักนั้นด้วยก็ตาม โรงเรือนของจำเลยก็ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว การใช้เป็นหอพักได้ผลประโยชน์ตอบแทนเหมือนการใช้ประกอบกิจการอย่างอื่น จึงไม่อยู่ในข่ายที่จะได้รับยกเว้นการเสีย ภาษี โรงเรือนและที่ดิน เมื่อจำเลยไม่ไปรับแบบพิมพ์มากรอกรายการยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดตามประกาศย่อมเป็นการละเลยต่อหน้าที่ของผู้รับประเมินจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย จึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยในข้ออื่นต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1698/2518 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายแม้น ศรีรัฐ จำเลย พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม. 9 , ม. 10 , ม. 19 , ม. 20 , ม. 46 พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2485 ม. 3