ฎีกาที่ 2577/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ตามข้อ 3 แห่งสัญญา เช่าซื้อ ระบุให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่านำค่าเช่าไปชำระแก่โจทก์ผู้ให้เช่า ณ สถานที่ประกอบธุรกิจของโจทก์ภายในวันที่ 10 ของทุก ๆ เดือน ทั้งยังระบุต่อไปว่า ผู้เช่าสัญญาว่าไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้เช่าจะอ้างเหตุที่เจ้าของมิได้ส่งคนไปเก็บค่าเช่าขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความรับผิดไม่ชำระค่าเช่าหรือชำระค่าเช่าให้ช้ากว่ากำหนดไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งหมายความว่าจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องนำค่า เช่าซื้อ ไปชำระให้โจทก์ แม้ในทางปฏิบัติโจทก์จะส่งพนักงานมาเก็บค่า เช่าซื้อ จากจำเลยที่ 1 แล้วต่อมาโจทก์จะไม่ส่งพนักงานมาเก็บค่า เช่าซื้อ ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องนำค่า เช่าซื้อ ไปชำระแก่โจทก์ตามสัญญาจำเลยจะนำเหตุที่โจทก์ไม่ส่งพนักงานไปเก็บค่า เช่าซื้อ มาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดว่า จำเลยที่ 1 มิได้ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ได้เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ใช้เงินค่า เช่าซื้อ สองคราวติด ๆ กันโจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ และมีอำนาจฟ้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ เช่าซื้อ จักรเย็บผ้าซิงเกอร์ของโจทก์ 10 คัน รวมค่า เช่าซื้อ 29,100 บาท จำเลยมีหน้าที่ชำระค่า เช่าซื้อ เดือนละ 130 บาทต่อจักรเย็บผ้า 1 คัน จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ผิดสัญญาเพราะไม่ชำระค่าเช่าสองคราวติดกัน โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ กับจำเลยที่ 1 และให้จำเลยทั้งสองคืนหรือใช้ราคาจักร 10 คันให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนจักรเย็บผ้า 10 คัน ถ้าไม่สามารถคืนได้ ก็ให้จำเลยร่วมกันใช้ราคาเป็นเงิน 29,000 บาท จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยเป็นเจ้าของโรงเรียนศรีจันทราซึ่งสอนตัดเสื้อโจทก์ประสงค์จะให้นักเรียนของจำเลยซื้อจักรเย็บผ้าของโจทก์ จึงนำจักรเย็บผ้า10 คันไปให้นักเรียนของจำเลยทดลองใช้ และโจทก์ขอให้จำเลยทำสัญญา เช่าซื้อ จึงเป็นนิติกรรมอำพราง ความจริงนักเรียนของจำเลยตกลงซื้อขายจักรเย็บผ้าดังกล่าวกับตัวแทนของโจทก์โดยจำเลยมิได้เกี่ยวข้อง และโจทก์ส่งตัวแทนไปเก็บเงินค่า เช่าซื้อ จากนักเรียนของจำเลย มิใช่ผู้ เช่าซื้อ นำไปชำระให้โจทก์ แต่ตัวแทนของโจทก์ไม่ไปเก็บตามปกติ อันเป็นความผิดของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฯลฯ จำเลยที่ 2 ให้การว่า หนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นนิติกรรมอำพรางตามคำให้การของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนจักรเย็บผ้า 10 คันแก่โจทก์ หากไม่สามารถส่งคืนก็ให้ใช้ราคา 29,100 บาท จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงไม่มีสิทธิฎีกา ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ด้วย นั้น ไม่ชอบ ให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 เสีย คงมีประเด็นที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 ได้ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ สองคราวติด ๆ กัน หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อ 3 แห่งสัญญา เช่าซื้อ ระบุให้ผู้เช่า (จำเลยที่ 1) นำค่าเช่าไปชำระแก่เจ้าของ (โจทก์) ณ สถานที่ประกอบธุรกิจของเจ้าของภายในวันที่ 10 ของทุก ๆ เดือน ทั้งยังระบุต่อไปว่า ผู้เช่าสัญญาว่า ไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด ผู้เช่าจะอ้างเหตุที่เจ้าของมิได้ส่งคนไปเก็บค่าเช่าขึ้นเป็นข้อแก้ตัวให้พ้นความรับผิดไม่ชำระค่าเช่าหรือชำระค่าเช่าให้ช้ากว่ากำหนดไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งหมายความว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องนำค่า เช่าซื้อ ไปชำระให้บริษัทโจทก์ แม้จะฟังว่าในทางปฏิบัติบริษัทโจทก์จะส่งพนักงานมาเก็บค่า เช่าซื้อ จากจำเลยที่ 1 แล้วต่อมาบริษัทโจทก์จะไม่ส่งพนักงานมาเก็บค่า เช่าซื้อ ก็เป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องนำค่า เช่าซื้อ ไปชำระให้บริษัทโจทก์ตามสัญญา จำเลยจะนำเหตุที่บริษัทโจทก์ไม่ส่งพนักงานไปเก็บค่า เช่าซื้อ มาเป็นข้ออ้างให้พ้นความรับผิดว่าจำเลยที่ 1 มิได้ผิดนัดชำระค่า เช่าซื้อ ไม่ได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ใช้เงินค่า เช่าซื้อ สองคราวติด ๆ กัน โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญา เช่าซื้อ และมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2577/2517 บริษัทซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด โดยนายเริงยศ พัฒนกุล ผู้รับมอบอำนาจจาก โจทก์ นายจอนห์น เพตัน มิลน์ กรรมการผู้จัดการ โจทก์ นางขวัญใจ ธารีจารุ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย ป.พ.พ. ม. 324 , ม. 391 , ม. 574