ฎีกาที่ 1786/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48
พ.ศ. 2484 · approved_timeline_selection
มาตรา 48 ภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ห้ามมิให้ผู้ใดแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้ ตั้งโรงค้าไม้แปรรูป หรือมีไม้แปรรูปเป็นจำนวนเกิน 0.20 เมตรลูกบาศก์ไว้ในครอบครอง เว้นแต่จะได้รับอนุญา...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 73
พ.ศ. 2484 · approved_timeline_selection
มาตรา 73 ผู้ใดกระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติมาตรา 7 วรรคสอง มาตรา 11 มาตรา 12 มาตรา 13 มาตรา 31 มาตรา 43 วรรคสอง หรือมาตรา 48 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งร้อยบาท หรือจำคุกไม่เ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 74
พ.ศ. 2484 · approved_timeline_selection
มาตรา 74 บรรดาไม้หรือของป่าอันได้มาหรือมีไว้เนื่องจากการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ให้ริบเสียทั้งสิ้น
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 74 ทวิ
พ.ศ. 2484 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 74 ทวิ บรรดาเครื่องมือ เครื่องใช้ สัตว์พาหนะ ยานพาหนะ หรือเครื่องจักรกลใด ๆ ซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิดหรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระทำความผิดตามมาตรา 11 มาตรา...
ย่อสั้น
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบ(ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ) ต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริงในทรัพย์สินนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นเพียงผู้ เช่าซื้อ ไม่ใช่เจ้าของแท้จริง จึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้อง
ย่อยาว
โจทก์ฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2516 เวลากลางวัน จำเลยทั้งสองกับพวกได้บังอาจร่วมกันมีไม้ตะเคียนทองและไม้ยางนาแปรรูปเป็นแผ่นมีปริมาตรรวมทั้งสิ้น 3.15 ลูกบาศก์เมตร อันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไว้ในความครอบครองภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ตามประกาศซึ่งจำเลยทราบแล้ว โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยไม้แปรรูปดังกล่าว และรถยนต์บรรทุกยี่ห้ออีซูซุคันหมายเลขทะเบียน น.น. 00066 ของนายสมบูรณ์ พันธุ์แก้วนายจ้างของจำเลยที่ 2 อันเป็นยานพาหนะซึ่งจำเลยทั้งสองกับพวกได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการบรรทุกไม้แปรรูปดังกล่าวเป็นของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73, 74, 74 ทวิ พระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2503 มาตรา 17, 18 พระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2505 มาตรา 4 บัญชีที่ 1 ท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว อันดับ 48 และ 113 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 116 ข้อ 4 ให้ปรับ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งแล้ว คงปรับคนละ 1,000 บาท ริบไม้และรถยนต์บรรทุกของกลาง ต่อมานายสมบูรณ์ พันธุ์แก้ว ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า รถยนต์บรรทุกยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน น.น. 00066 ของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นเป็นของผู้ร้อง จำเลยที่ 2 ลักลอบเอารถยนต์ของกลางดังกล่าวไปรับจ้างบรรทุกไม้หวงห้ามให้จำเลยที่ 1 โดยผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจเกี่ยวข้องในการกระทำผิดครั้งนี้เลย ขอให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ววินิจฉัยว่า ผู้ร้องมิได้รู้เห็นกับจำเลยในการนำรถยนต์ของกลางไปกระทำผิด จึงมีคำสั่งให้คืนรถยนต์บรรทุกของกลางให้ผู้ร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ผู้ร้อง เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางจากนายสั้น ชำระค่า เช่าซื้อ ยังไม่หมด ยังไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์รายนี้ตามกฎหมาย รถยนต์ของกลางยังเป็นของนายสั้นผู้ให้ เช่าซื้อ ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้องพิพากษากลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกาขอให้คืนรถยนต์ของกลางให้แก่ผู้ร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การริบทรัพย์เป็นโทษอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 18 ซึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36บัญญัติเรื่องการขอคืนทรัพย์ของกลางไว้ว่า "ในกรณีที่ศาลสั่งให้ริบทรัพย์ตามมาตรา 33 หรือมาตรา 34 ไปแล้ว หากปรากฏในภายหลังโดยคำเสนอของเจ้าของแท้จริงว่าผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ก็ให้ศาลสั่งให้คืนทรัพย์สิน ฯลฯ" ดังนี้ จึงเป็นที่เห็นได้ว่า ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบนั้น ต้องเป็นเจ้าของอันแท้จริงในทรัพย์สินนั้น เมื่อผู้ร้องเป็นเพียงผู้ เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางที่ศาลสั่งริบมาจากนายสั้น ยังชำระราคาค่า เช่าซื้อ ไม่หมด และยังไม่ได้โอนทะเบียนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในรถยนต์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 บัญญัติไว้ว่า เจ้าของทรัพย์ผู้เอาทรัพย์ออกให้ เช่าซื้อ ยังเป็นเจ้าของอยู่ โดยมีเงื่อนไขว่าจนกว่าจะได้รับเงินค่า เช่าซื้อ ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในสัญญา กรรมสิทธิ์ในทรัพย์จึงจะตกเป็นของผู้ เช่าซื้อ ฉะนั้น ตามบทกฎหมายดังกล่าว ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ เช่าซื้อ รถยนต์ของกลางรายนี้จึงยังไม่ใช่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อันแท้จริงในรถยนต์ของกลาง ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ของกลางให้ผู้ร้อง ที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของอันแท้จริงในรถยนต์ของกลางเพราะผู้ร้องครอบครองมาตั้งแต่ เช่าซื้อ มานั้น เป็นการโต้เถียงฝืนหลักกฎหมายและความเป็นจริงซึ่งถือว่ารถยนต์ของกลางยังเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ให้ เช่าซื้อ อยู่ดังวินิจฉัยมาแล้ว จึงฟังไม่ขึ้นศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1786/2517 พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์ นายเดช นันศิริ ที่ 1 นายสม ปิติจะ ที่ 2 จำเลย นายสมบูรณ์ พันธุ์แก้ว ผู้ร้อง ป.พ.พ. ม. 572 ป.อ. ม. 36 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 ม. 74 ทวิ