ฎีกาที่ 599/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้อง และในวันนัดได้สอบข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้วเห็นว่าวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวนต่อไป วินิจฉัยให้ยกคำร้องของจำเลยเสียนั้น ถือได้ว่าเป็นการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ว ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ ศาลจะพิพากษาให้จำเลย ล้มละลาย จะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 หรือ 10 คำว่าคดีมีมูล ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 17 ซึ่งเป็นบทว่าด้วยการคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาเพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของลูกหนี้ในระหว่างนั้นจึงมีความหมายว่ามีมูลที่จะพิพากษาให้ลูกหนี้ ล้มละลาย ได้หาได้หมายความเพียงมีมูลเป็นหนี้สินกันอยู่จริงแต่อย่างเดียวไม่
ย่อยาว
กรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราว จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเพิกถอนคำสั่งนั้นโดยอ้างว่าเช็ค 3 ฉบับที่โจทก์นำมาเป็นมูลฟ้องให้จำเลย ล้มละลาย ได้มีการหักกลบลบหนี้กันแล้ว แต่โจทก์กับน้องสาวไม่คืนเช็คพิพาท จำเลยมิได้มีหนี้สินล้นพ้นตัว และเช็คพิพาทขาดอายุความแล้ว เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต กลั่นแกล้งจำเลย วันนัดพิจารณาคำร้อง ศาลชั้นต้นสอบคู่ความแล้วเห็นว่าวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องไต่สวนต่อไป แล้ววินิจฉัยว่า ศาลได้ไต่สวนคำร้องของโจทก์แล้วเห็นว่าคดีมีมูลจึงได้สั่งให้ ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นดังที่โจทก์หรือจำเลยกล่าวอ้าง เป็นเรื่องจะต้องพิจารณาในชั้นพิจารณาชั้นนี้พิจารณาคำแถลงของจำเลยเกี่ยวกับกรณีที่จำเลยถูกฟ้องร้องแล้วเห็นว่ายังไม่มีเหตุสมควรจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งศาล จึงให้ยกคำร้องของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นนัดพิจารณาคำร้องของจำเลยและในวันนัดได้สอบข้อเท็จจริงจากคู่ความแล้วเห็นว่าวินิจฉัยได้โดยไม่ต้องทำการไต่สวนต่อไป วินิจฉัยให้ยกคำร้องของจำเลยเสียนั้น ถือได้ว่าเป็นการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ว ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย ฯ ศาลจะพิพากษาให้จำเลย ล้มละลาย จะต้องพิจารณาให้ได้ความจริงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในมาตรา 9 หรือมาตรา 10 คำว่าคดีมีมูลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 17 ซึ่งเป็นบทว่าด้วยการคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างพิจารณาเพื่อป้องกันความเสียหายอันเกิดจากการกระทำของลูกหนี้ในระหว่างนั้น จึงมีความหมายว่ามีมูลที่จะพิพากษาให้ลูกหนี้ ล้มละลาย ได้ หาได้หมายความเพียงมีมูลเป็นหนี้สินกันอยู่จริงแต่อย่างใดไม่ เมื่อตามทางไต่สวนในเรื่องมูลหนี้อันเป็นส่วนหนึ่งของมูลคดี ยังโต้แย้งกัน และซึ่งเป็นข้อเท็จจริงจะต้องนำสืบในชั้นพิจารณาต่อไป และได้ความจากที่จำเลยแถลงรับว่า จำเลยถูกฟ้องเป็นคดีอาญาอันมีมูลเนื่องจากการเงินอยู่หลายคดี บริษัทที่จำเลยเป็นกรรมการผู้จัดการก็ถูกฟ้อง ล้มละลาย ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด คดีถึงที่สุดแล้ว ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดไต่สวนต่อไป และมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 599/2517 นางมาลี ไชยสงวนธรรม โจทก์ นายลิมวิงบัก หรือวิงบัก แซ่ลิ้ม หรือบัวไล โสภา จำเลย ป.วิ.พ. ม. 21 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 9 , ม. 10 , ม. 17