ฎีกาที่ 1187/2517
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ในกรณีที่ จำนอง ทรัพย์สินของตนเป็นประกันหนี้ของบุคคลอื่นนั้น ต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในลักษณะ จำนอง ซึ่งมิได้มีบทบัญญัติให้นำมาตรา 689 ในลักษณะค้ำประกันมาใช้บังคับผู้ จำนอง จึงจะขอให้บังคับการชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อนไม่ได้และจะขอให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันก่อนก็ไม่ได้
ย่อยาว
คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน ให้ชำระเงินกู้ และฟ้องบังคับ จำนอง จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ซึ่ง จำนอง ที่ดินโฉนดเลขที่ 4595 ไว้กับโจทก์เพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระหนี้แก่โจทก์ ถ้าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ชำระ ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4595 ที่จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 จำนอง ไว้ขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ถ้าได้เงินไม่พอ ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 บังคับชำระหนี้ต่อไปจนครบ คดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยทั้งสี่ยังไม่ชำระหนี้ให้โจทก์ โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดที่ 4595 เพื่อขายทอดตลาด จำเลยที่ 3 และที่ 4 ยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าว โดยอ้างว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีทรัพย์สินอื่นที่โจทก์จะบังคับคดีได้ ขอให้โจทก์ยึดทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ขายทอดตลาดเอาชำระหนี้ก่อน ถ้าได้เงินไม่พอจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 จะชำระให้ ถ้าโจทก์ไม่ยินยอม ก็ให้ศาลสั่งให้จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 หลุดพ้นจากหน้าที่ผู้ค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4595 ขายทอดตลาด เป็นการบังคับตามคำพิพากษาโดยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ได้ จำนอง ที่ดินของตนเพื่อประกันหนี้ที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระให้โจทก์นั้นเป็นการให้สัญญาต่อโจทก์ว่า ถ้าจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ ก็ให้โจทก์บังคับ จำนอง ได้ ต่างกับการค้ำประกันด้วยบุคคลที่ผู้ค้ำประกันสัญญาว่าถ้าลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะชำระให้ กรณีจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในลักษณะ จำนอง ซึ่งมิได้มีบทบัญญัติให้นำมาตรา 689 ในลักษณะค้ำประกันมาใช้บังคับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 จึงจะขอให้บังคับการชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้ก่อนไม่ได้ ส่วนจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน มิใช่ลูกหนี้ของโจทก์ ไม่มีกฎหมายบัญญัติให้สิทธิผู้ จำนอง ทรัพย์เพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่นที่จะขอให้บังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์สินของผู้ค้ำประกันก่อนได้ ฎีกาของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1187/2517 ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ ศรีสมบูรณ์ โจทก์ และนายสงวน นิธยานนท์ กรรมการ โจทก์ นางสำเภา รักษ์เจริญ กับพวกรวม 4 คน จำเลย ป.พ.พ. ม. 689 , ม. 702 , ม. 727