ฎีกาที่ 1366/2516
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
สัญญา เช่าซื้อ ก็คือสัญญาเช่าทรัพย์บวกด้วยคำมั่นจะขายทรัพย์สินนั้น สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวผู้เช่า คำมั่นจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่าเป็นสิทธิในทรัพย์สินซึ่งอาจตกเป็นมรดกของคู่สัญญาที่ถึงแก่กรรมได้ คู่สัญญาทำสัญญา เช่าซื้อ โดยมีข้อสัญญาระบุว่า ให้ผู้ เช่าซื้อ ระบุตัวทายาทผู้รับสิทธิในการ เช่าซื้อ แทนได้เมื่อผู้ เช่าซื้อ ถึงแก่กรรม และผู้ เช่าซื้อ ได้ระบุตัวทายาทผู้รับสิทธิในการ เช่าซื้อ ไว้แล้ว ข้อสัญญาดังกล่าวนี้เป็นข้อสัญญาเพื่อประโยชน์บุคคลภายนอกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 ฉะนั้น เมื่อผู้ เช่าซื้อ ถึงแก่กรรม และทายาทผู้รับสิทธิดังกล่าวได้แสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญานี้ต่อผู้ให้ เช่าซื้อ ตามมาตรา 374 วรรค 2 แล้วสิทธิในการ เช่าซื้อ จึงตกเป็นของทายาทผู้รับสิทธิดังกล่าวโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ตกเป็นมรดกของผู้ตายต่อไป
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสามเป็นผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์ พรอัมรา จำเลยเป็นภริยาไม่ชอบด้วยกฎหมายของนายสวัสดิ์ พรอัมราและเป็นมารดาของนายวิวัฒน์ พรอัมรา ผู้เยาว์ ซึ่งนายสวัสดิ์ พรอัมรารับรองว่าเป็นบุตร นายสวัสดิ์ พรอัมรา ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ อาคารและที่ดินอาคารสงเคราะห์เลขที่ 5 ทุ่งมหาเมฆ จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ และได้ชำระค่า เช่าซื้อ ตลอดมาจนถึงแก่กรรมสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ จึงเป็นทรัพย์สินที่ต้องอยู่ในกองมรดกของนายสวัสดิ์ พรอัมรา จำเลยในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายวิวัฒน์ พรอัมรา ได้ทำฉ้อฉล โดยสมคบกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ยักยอกทรัพย์มรดก ถือสิทธิ เช่าซื้อ ที่ดินและอาคารดังกล่าวโดยแอบยื่นเรื่องราวต่อธนาคารอาคารสงเคราะห์ขอรับโอนสิทธิ เช่าซื้อ ที่ดินและอาคาร ใส่ชื่อนายวิวัฒน์ พรอัมรา เป็นผู้ เช่าซื้อ ขอให้บังคับจำเลยจัดการโอนสิทธิ เช่าซื้อ ที่ดินและอาคารจากชื่อนายวิวัฒน์ พรอัมรา มาเป็นชื่อโจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์ พรอัมรา และให้กำจัดสิทธิของนายวิวัฒน์ พรอัมรา จากการเป็นทายาท ไม่มีสิทธิรับมรดกของนายสวัสดิ์ พรอัมรา จำเลยให้การว่า สิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ ไม่ใช่สิทธิที่จะอยู่ในกองมรดกของนายสวัสดิ์ ตามข้อตกลงในสัญญาที่ทำไว้กับธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นสิทธิเฉพาะตัวการ เช่าซื้อ ดังกล่าวจำเลยมอบหมายให้นายสวัสดิ์เป็นตัวแทนจำเลยในฐานะส่วนตัวติดต่อทำสัญญา เช่าซื้อ สัญญา เช่าซื้อ ระหว่างธนาคารกับจำเลยในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของนายวิวัฒน์ เป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายจำเลยมิได้ยักยอกทรัพย์สินอันเป็นกองมรดกของนายสวัสดิ์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ รายนี้เป็นมรดกของนายสวัสดิ์ผู้ตาย และตามสัญญา เช่าซื้อ นายสวัสดิ์ได้ระบุให้เด็กชายวิวัฒน์เป็นผู้รับสิทธิแทน การที่จำเลยขอให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์โอนสิทธิการ เช่าซื้อ ให้เด็กชายวิวัฒน์เป็นการใช้สิทธิตามที่ผู้ตายระบุไว้ในสัญญา เช่าซื้อ โดยสุจริตไม่เป็นการฉ้อฉลยักยอกทรัพย์มรดกข้อที่จำเลยจะขอสืบว่านายสวัสดิ์เป็นตัวแทนจำเลยนั้น เห็นว่า จำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือมาแสดงจึงไม่จำเป็นต้องสืบพยานบุคคลตามที่จำเลยขอ และเชื่อว่านายสวัสดิ์ทำสัญญา เช่าซื้อ ในนามของตนเอง พิพากษาให้โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกนายสวัสดิ์ พรอัมรา เป็นผู้รับสิทธิตามสัญญา เช่าซื้อ ร่วมกับนายวิวัฒน์ พรอัมรา คำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสวัสดิ์ได้ทำสัญญา เช่าซื้อ ที่ดินและอาคารกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ ตามสัญญา เช่าซื้อ หมาย จ.1 ซึ่งตามสัญญาข้อ 12 ระบุว่าหากผู้ เช่าซื้อ วายชนม์ลงในระหว่างที่สัญญา เช่าซื้อ ยังไม่สิ้นสุดผู้ให้ เช่าซื้อ ยินยอมให้ผู้ เช่าซื้อ ระบุตัวทายาทผู้รับสิทธิแทนไว้ในภายหน้าได้ คือ เด็กชายวิวัฒน์ พรอัมรา ต่อมาในระหว่างสัญญา เช่าซื้อ นายสวัสดิ์ได้ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2512จำเลยในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายวิวัฒน์ได้ขอให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์โอนสิทธิในการ เช่าซื้อ ดังกล่าวให้แก่เด็กชายวิวัฒน์ตามความประสงค์ของผู้ตาย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ได้อนุมัติให้เด็กชายวิวัฒน์เป็นผู้ เช่าซื้อ ได้โดยจำเลยในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรมเป็นผู้ทำการ เช่าซื้อ แทนเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2512 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสัญญา เช่าซื้อ ก็คือสัญญาเช่าทรัพย์บวกด้วยคำมั่นจะขายทรัพย์สินนั้น สัญญาเช่าเป็นสิทธิเฉพาะตัวผู้เช่าคำมั่นจะขายทรัพย์สินที่ให้เช่าเป็นสิทธิในทรัพย์สินซึ่งอาจตกเป็นมรดกของคู่สัญญาที่ถึงแก่กรรมได้ แต่เมื่อคู่สัญญา เช่าซื้อ ได้ทำสัญญาตกลงกันให้ผู้ เช่าซื้อ ระบุตัวผู้รับสิทธิในการ เช่าซื้อ แทนได้เมื่อผู้ เช่าซื้อ ถึงแก่กรรม โดยนายสวัสดิ์ได้ระบุชื่อเด็กชายวิวัฒน์เป็นผู้รับสิทธิในการ เช่าซื้อ ต่อไป จึงเป็นกรณีที่นายสวัสดิ์ได้ยกสิทธิในการ เช่าซื้อ รายนี้ให้แก่เด็กชายวิวัฒน์โดยเฉพาะเจาะจงผู้เดียว ซึ่งเป็นข้อสัญญาเพื่อประโยชน์ของบุคคลภายนอก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 374 เมื่อเด็กชายวิวัฒน์ได้แสดงเจตนาเข้าถือเอาประโยชน์จากสัญญานี้แก่ธนาคารผู้ให้ เช่าซื้อ ตามมาตรา 374 วรรค 2 แล้ว สิทธิของเด็กชายวิวัฒน์ได้เกิดมีผลขึ้นนับแต่วาระนั้นแล้ว คู่สัญญา เช่าซื้อ หาอาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของบุคคลภายนอกได้ไม่ตามมาตรา 375 โจทก์ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์จึงไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงหรือระงับสิทธิของเด็กชายวิวัฒน์ผู้เข้าถือประโยชน์จากสัญญานี้แล้วได้เช่นเดียวกัน สิทธิการ เช่าซื้อ รายนี้จึงตกเป็นของเด็กชายวิวัฒน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่ตกเป็นมรดกของนายสวัสดิ์ผู้ตายต่อไป นอกจากนั้นธนาคารผู้ให้ เช่าซื้อ ได้ตกลงให้เด็กชายวิวัฒน์เป็นผู้ เช่าซื้อ ต่อไปแล้วก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีนี้ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ผู้จัดการมรดกของผู้ตายเข้ารับสิทธิเป็นผู้ เช่าซื้อ ร่วมกับเด็กชายวิวัฒน์ซึ่งเป็นการบังคับธนาคารผู้ให้ เช่าซื้อ ด้วย โดยโจทก์มิได้ฟ้องธนาคารผู้ให้ เช่าซื้อ ให้รับผิดอย่างไรดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาหาได้ไม่ ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของจำเลย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1366/2516 นางสีนวน พรอัมรา ที่ 1 นางนิภา ธราภาค ที่ 2 โจทก์ นางวัฒนา สุรวัลลภ ที่ 3 ผู้จัดการมรดกของนายสวัสดิ์ พรอัมรา โจทก์ นางเรียม พรอัมรา ในฐานะมารดาผู้แทนโดยชอบธรรม นายวิวัฒน์ พรอัมรา ผู้เยาว์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 374 , ม. 375 , ม. 572 , ม. 1600