ฎีกาที่ 2960/2516
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ปัญหาที่ว่าเจ้าพนักงานของรัฐมีอำนาจกระทำการประเมิน ภาษี โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน โจทก์ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับระหว่างที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 99 (พ.ศ. 2497) และ 112 (พ.ศ. 2500) ใช้บังคับซึ่งเจ้าพนักงานประเมิน ภาษี เงินได้เพียงคนเดียวมีอำนาจพิจารณารายการที่ยื่นเพื่อประเมิน ภาษี เงินได้ ในระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าว มีกฎกระทรวง ฉบับที่ 119 (พ.ศ. 2502) ออกใช้บังคับกำหนดให้บุคคลสามฝ่ายเป็นเจ้าพนักงานประเมิน ภาษี เงินได้ แต่กฎกระทรวงฉบับนี้มิได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินตามกฎกระทรวงฉบับก่อนไว้อย่างใด ดังนั้น ย่อมไม่เป็นเหตุให้อำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับการพิจารณารายการเงินได้พึงประเมินที่ได้ยื่นไว้ก่อนมีกฎกระทรวงฉบับใหม่ใช้บังคับ ต้องยกเลิกเปลี่ยนแปลงไปเจ้าพนักงานประเมินนั้นยังมีอำนาจที่จะประเมิน ภาษี เงินได้แจ้งจำนวนค่า ภาษี ที่ต้องชำระไปยังผู้รับประเมินได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ประเมิน ภาษี เงินได้โจทก์และมีคำสั่งเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2509 ให้โจทก์เสีย ภาษี เงินได้สำหรับปี พ.ศ. 2499 ถึง พ.ศ. 2501 เป็นเงิน 35,333.99 บาท โจทก์เห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงอุทธรณ์ จำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ซึ่งเป็นคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยแล้วมีคำสั่งให้โจทก์เสีย ภาษี เงินได้เป็นเงิน 33,512 บาท ซึ่งโจทก์ไม่เห็นด้วยขอให้เพิกถอนคำสั่งและคำชี้ขาดของจำเลยที่ให้โจทก์เสีย ภาษี เงินได้และพิพากษาว่าโจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ภาษี เงินได้ดังกล่าว จำเลยที่ 2 ถึงแก่กรรม โจทก์ถอนฟ้อง ศาลอนุญาต จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 4 ให้การว่า คำสั่งประเมิน ภาษี และคำสั่งประเมิน ภาษี และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ชอบแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ว่า การประเมิน ภาษี ของจำเลยที่ 2 ไม่ชอบด้วยกฎหมายและว่ามีกฎกระทรวงบังคับไว้ตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2502 ให้การประเมิน ภาษี เงินได้ทำในนามบุคคลสามฝ่าย จำเลยที่ 2 ผู้เดียวไม่มีอำนาจประเมิน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ปัญหาที่โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2 ผู้เดียวไม่มีอำนาจประเมิน ภาษี เงินได้นั้น แม้จะมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย การประเมิน ภาษี เงินได้ของโจทก์มิได้กระทำโดยคณะบุคคลสามฝ่าย จึงต้องถือว่ากระทำไปโดยผู้ไม่มีอำนาจประเมิน การพิจารณาอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ถึงที่ 5 ไม่มีผล จึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป พิพากษากลับให้เพิกถอนคำสั่งและคำชี้ขาด ที่จำเลยให้โจทก์เสีย ภาษี เงินได้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ว่าเจ้าพนักงานของรัฐมีอำนาจกระทำการประเมิน ภาษี โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เป็น ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ส่วนการประเมิน ภาษี เงินได้ของโจทก์นั้นเห็นว่า เดิมมีกฎกระทรวงฉบับที่ 99 (พ.ศ. 2497) และ112 (พ.ศ. 2500) กำหนดให้เจ้าพนักงานตำแหน่งต่าง ๆ แต่เพียงผู้เดียวเป็นผู้ประเมิน ภาษี เงินได้ ต่อมามีกฎกระทรวงฉบับที่ 119 (พ.ศ. 2502) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 10 พฤศจิกายน 2502 กำหนดให้คณะบุคคลสามฝ่ายเป็นเจ้าพนักงานประเมิน ภาษี เงินได้ โจทก์ได้ยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินที่ได้รับระหว่างปี พ.ศ. 2499 ถึง พ.ศ. 2501 ในเดือนกุมภาพันธ์ของแต่ละปีซึ่งอยู่ในระหว่างกฎกระทรวงฉบับที่ 99 (พ.ศ. 2497) และ 112 (พ.ศ. 2500) ใช้บังคับ ฉะนั้น นับแต่เวลาที่โจทก์ยื่นรายการดังกล่าว จึงตกเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมิน ภาษี เงินได้เพียงคนเดียวจะพิจารณารายการที่ยื่นเพื่อประเมิน ภาษี เงินได้ เมื่อมีกฎกระทรวงฉบับที่ 119 (พ.ศ. 2502) ออกใช้บังคับในระหว่างการพิจารณาของเจ้าพนักงานประเมินดังกล่าว โดยกำหนดให้บุคคลสามฝ่ายเป็นเจ้าพนักงานประเมิน แต่กฎกระทรวงฉบับนี้มิได้กล่าวถึงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินตามกฎกระทรวงฉบับก่อนทั้งสองฉบับไว้อย่างใด ดังนี้ ย่อมไม่เป็นเหตุให้อำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานประเมินที่มีอยู่แล้วเกี่ยวกับการพิจารณารายการเงินได้พึงประเมินที่ได้ยื่นไว้ก่อนมีกฎกระทรวงฉบับที่ 119 (พ.ศ. 2502) ใช้บังคับต้องยกเลิกเปลี่ยนแปลงไปเจ้าพนักงานประเมินยังมีอำนาจที่จะประเมิน ภาษี เงินได้และแจ้งจำนวนค่า ภาษี ที่ต้องชำระไปยังผู้รับประเมินได้ การประเมิน ภาษี เงินได้ของโจทก์และการที่เจ้าพนักงานประเมินมีหนังสือแจ้ง ภาษี เงินได้ไปยังโจทก์นั้นมีผลบังคับใช้ได้ คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จึงไม่เสียไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาใหม่ในประเด็นข้ออื่นต่อไป ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2960/2516 นายจินดา อุดมอักษร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ กรมสรรพากร โดยนายหิรัญ สูตบุตร ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 142 (5) , ม. 225 ป.รัษฎากร ม. 4 , ม. 16 , ม. 5 กฎกระทรวง ฉบับที่ 99 (พ.ศ.2497) ออกตามความในประมวลรัษฎากร กฎกระทรวง ฉบับที่ 112 (พ.ศ.2500) ออกตามความในประมวลรัษฎากร กฎกระทรวง ฉบับที่ 119 (พ.ศ.2502) ออกตามความในประมวลรัษฎากร