ฎีกาที่ 3371/2516
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 1โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ จำเลยที่ 2 จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ไม่ เพราะเมื่อศาลไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แล้วก็ต้องถือว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดของจำเลยที่ 2 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกานั้น ไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยมิได้รับอนุญาตและพกพาไปในทางสาธารณะ เมือง และหมู่บ้านโดยไม่มีเหตุอันควร จำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์ผู้เสียหายด้วยการร่วมกันขู่เข็ญบังคับข่มขืนใจให้ผู้เสียหายส่งเงิน 100 บาทให้แก่จำเลยทั้งสอง โดยจำเลยที่ 2 มีอาวุธปืนผู้เสียหายไม่ยอมส่งเงินให้และเดินหนี จำเลยที่ 1 ได้กางกั้นขวางหน้าผู้เสียหายไว้ ทันใดนั้นจำเลยที่ 2 ยิงผู้เสียหาย 3 นัด ทั้งนี้ จำเลยทั้งสองร่วมกันมีเจตนา ฆ่า ผู้เสียหาย กระสุนลั่นขึ้น 1 นัด ถูกผู้เสียหายที่กะโหลกศีรษะแต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายและมิได้ส่งเงิน 100 บาทให้แก่จำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 339, 80, 309 วรรค 2, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯลฯ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 และ 371 ให้ลงโทษตามมาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 ก่อนมีการแก้ไข อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะกระทำความผิด สำหรับจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานพยายามชิงทรัพย์และฐานมีปืนกับกระสุนปืนด้วย จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 อ้างว่าไม่ระบุข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างใดไม่เข้าลักษณะเป็นอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และ 371 ให้ลงโทษตามมาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง แต่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับ จำเลยที่ 2 มิได้อุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์นั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 2 จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หาได้ไม่ เพราะเมื่อไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 แล้วก็ต้องถือว่าข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และมาตรา 371 ที่จำเลยที่ 2 ฎีกานั้น ไม่ใช่ข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ สำหรับความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์และมีอาวุธปืนฯ ไว้ในความครอบครองโดยมิได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์ก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า จำเลยไม่มีความผิดตามที่จำเลยฎีกาแล้ว ไม่มีข้อที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยอีก พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลยที่ 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2516 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายบุ้นเฮี้ยง หรือเฮี้ยง หรือสาธิต แซ่เฮ้า ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย ป.อ. ม. 288 , ม. 309 , ม. 339 , ม. 371 , ม. 80 ป.วิ.อ. ม. 15 ป.วิ.พ. ม. 249