ฎีกาที่ 3025/2516
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยกับพวกใช้ปืนยิงไปทางรถยนต์ที่ผู้เสียหาย 4 คนนั่งอยู่ 3 นัด ในขณะที่รถแล่นห่างไปได้ประมาณ10 วา กระสุนปืนถูกกะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยจะโต้เถียงว่าจำเลยไม่มีเจตนายิงผู้เสียหายเนื่องจากรถแล่นไปไกลแล้วพ้นระยะอันตรายจากกระสุนปืนแล้ว ยากที่จะเลือกยิงคนหนึ่งคนใด นั้น หาได้ไม่ เพราะแรงระเบิดของกระสุนปืนยังทำให้กะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายถึงตายได้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนา ฆ่า ผู้เสียหาย
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นไม่มีหมายเลขทะเบียนของเจ้าพนักงานไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต และจำเลยกับพวกอีกคนหนึ่งได้ร่วมกันใช้ปืนคนละกระบอกยิงทำร้ายนายเทิ่ม หวังช่วยกลางนายสนิท ฉอ้อนครบุรี นายสว่าง แสงจะบก และนายสว่าง ถมเมืองปักโดยเจตนา ฆ่า ให้ตาย จำเลยกับพวกได้ลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 83 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 และริบปืนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธในข้อหาพยายาม ฆ่า ผู้อื่น แต่รับว่ามีอาวุธปืนของกลางไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง ศาลชั้นต้นพิจารณาเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่น พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 72 (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2510 มาตรา 3 ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ของกลางริบ ข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80, 83 ให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เชื่อว่า จำเลยกับพวกใช้ปืนยิงพวกผู้เสียหายโดยมีเจตนา ฆ่า พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 อีกกระทงหนึ่ง เหตุเกิดก่อนประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 จะประกาศใช้บังคับจึงอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 มาใช้ในกรณีนี้ เนื่องจากเป็นคุณแก่จำเลย โดยให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา ตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุด ให้จำคุก 10 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยเมาสุรามาพูดขอเหล้า ขอเงินจากผู้เสียหายขณะที่รถยนต์ผู้เสียหายติดหล่อม พวกผู้เสียหายคนหนึ่งไม่ยอมให้จำเลยห้ามไม่ให้ไปถ้าไปจะยิง เมื่อรถแล่นออกไปได้ประมาณ 10 วา จำเลยกับพวกก็ใช้ปืนยิงไปทางรถที่พวกผู้เสียหายนั่ง การที่จำเลยกับพวกใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงไปทางรถยนต์ที่พวกผู้เสียหายนั่งอยู่บนรถในขณะที่รถแล่นไปได้ประมาณ 10 วา เช่นนี้จะว่าจำเลยไม่มีเจตนายิงผู้เสียหายเนื่องจากรถแล่นไปไกลแล้ว พ้นระยะอันตรายจากกระสุนปืนแล้ว จำเลยจะเลือกยิงคนหนึ่งคนใดก็ยาก ดังที่จำเลยฎีกาโต้เถียงนั้น หาได้ไม่ เพราะแรงระเบิดของกระสุนปืนที่ยิง ทำให้กะบะไม้ท้ายรถแตกเป็นรอย 5-6 แห่ง จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้ว่า กระสุนปืนอาจถูกร่างกายผู้เสียหายถึงตายได้ จึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนา ฆ่า หากแต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผล เพราะกระสุนปืนพลาดไปถูกกะบะรถเสียก่อน จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายาม ฆ่า ผู้อื่น แต่ที่ศาลอุทธรณ์กล่าวถึงประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 แล้วให้ใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 เนื่องจากเป็นคุณแก่จำเลยนั้นไม่ถูกต้องเพราะประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 11 ข้อ 2 ซึ่งแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 นั้น ไม่เป็นคุณแก่จำเลย ก็ย่อมนำมาปรับบทไม่ได้อยู่แล้ว จึงไม่ใช่กรณีที่ใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 เดิม โดยอาศัยมาตรา 3 และเห็นว่าคำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 พิพากษาแก้เป็นว่า อาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 ซึ่งเป็นกระทงหนักที่สุดวางโทษจำคุกจำเลย 10 ปี ลดโทษให้จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3025/2516 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายถวิล ช่วงครบุรี จำเลย ป.อ. ม. 288 , ม. 80 , ม. 59