ฎีกาที่ 1468/2516
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
จำเลยเป็นเสมียนประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอ มีหน้าที่เกี่ยวกับการรับจ่ายเงินได้ ยักยอก เงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูซึ่งแผนกศึกษาธิการอำเภอเรียกเก็บจากผู้สมัคร แต่หน้าที่รับสมัครและรับเงินดังกล่าวนี้ผู้ช่วยศึกษาธิการมีคำสั่งให้ ป. ครูช่วยราชการแผนกศึกษาธิการอำเภอเป็นผู้ทำ ป. ไปราชการณ.ครูช่วยราชการได้รับสมัครและรับเงินค่าสมัครไว้แทน ป. แล้วได้มอบเงินให้จำเลยเก็บรักษาไว้ การที่จำเลยรับเงินมาเก็บรักษาไว้นี้จึงมิใช่จัดการเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ราชการของจำเลย เมื่อจำเลย ยักยอก ไป จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการตำแหน่งเสมียนพนักงานประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่การเงินของแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุมตั้งฎีกาเบิกเงินเดือนและเงินอื่น ๆ ของข้าราชการครูสังกัดแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม และครูสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดในท้องที่อำเภอวาปีปทุม กับได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จ่ายเงินเดือนและเงินอื่น ๆ ในนามศึกษาธิการอำเภอ อำเภอวาปีปทุม ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย ได้กระทำผิดกฎหมายต่อเนื่องกันคือ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2512 จำเลยได้เซ็นรับเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูของนายเหรียญนายเปลื้องนายประเทืองและนางชื่นจิต รวม 1,380 บาท ที่ได้ชำระไว้ต่อแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม เพื่อนำส่งที่ทำการศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคาม เป็นผลประโยชน์ค่าธรรมเนียมการสอบไล่ แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนโดยทุจริตไม่นำส่งตามหน้าที่ราชการ และต่อมาระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม 2512 ถึง20 มิถุนายน 2512 ได้เบียดบัง ยักยอก เงินเดือนของข้าราชการครูอำเภอวาปีปทุมไปเป็นเงิน 20,830 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 157, 352, 353 ประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2502 มาตรา 3, 13 กับให้คืนหรือใช้เงินที่ ยักยอก ไปด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย คดีฟังได้ว่าจำเลยเบียดบัง ยักยอก เงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครู อ.ส.ข. จำนวน 1,380 บาท แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทุจริตเบียดบัง ยักยอก เงินเดือนของข้าราชการครูจำนวน 20,830 บาท พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 352, 353 ประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม (พ.ศ. 2502) มาตรา 3 ให้ลงโทษตามมาตรา 147 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา 90จำคุก 5 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน 1,380 บาทแก่แผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยรับราชการเป็นเสมียนประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน รับและจ่ายเงินทุกประเภทของแผนกศึกษาธิการอำเภอ ซึ่งมีเงินของครูประชาบาลสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กับเงินของฝ่ายศึกษาธิการและเงินเบ็ดเตล็ดทุกประเภท ผู้ช่วยศึกษาธิการซึ่งรักษาการแทนศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม ได้มีคำสั่งให้นายประดิษฐ์ครูช่วยราชการแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุมรับสมัครครูที่สมัครอบรมสอบวิชาชุดครู (อ.ส.ช.) และรับเงินค่าสมัคร ต่อมาในวันที่ 25 มิถุนายน 2512 จำเลยได้รับเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูรวม1,380 บาทไว้จากนางสาวปราณีซึ่งทำหน้าที่แทนนายประดิษฐ์ซึ่งไปราชการไว้แล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนเสียทั้งหมด ไม่นำส่งคืนเป็นการเบียดบัง ยักยอก เงินจำนวนดังกล่าว แล้ววินิจฉัยว่า เงินค่าสมัครสอบวิชาชุดครูนี้ นายดีผู้ช่วยศึกษาธิการพยานโจทก์ว่าไม่ใช่เงินรายได้ของจังหวัดหรืออำเภอ ที่ทางแผนกศึกษาธิการจังหวัดจัดเก็บและรับเงินรายนี้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่คุรุสภาซึ่งเป็นเงินตอบแทนแก่วิทยากรที่ทำการอบรมครูผู้สมัคร ถือได้ว่าเป็นเงินของทางการแผนกศึกษาธิการจัดเก็บไว้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น สุดแต่ทางราชการจะจัดให้มีการอบรมครูเพื่อสอบวิชาครูขึ้นเมื่อใด ก็จะได้ใช้จ่ายเงินรายนี้เป็นค่าตอบแทนแก่วิทยากรที่มาทำการอบรมครูผู้สมัคร ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีหน้าที่ตามระเบียบราชการในการจัดการเก็บรักษาเงินจำนวนนี้หน้าที่รับสมัครและเก็บเงินรายนี้เป็นของนายประดิษฐ์ซึ่งต้องเก็บรวบรวมส่งแก่นายดีผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอให้นำเก็บไว้ในกำปั่นทุกวัน การที่จำเลยรับเงินจำนวนนี้มาเก็บรักษาไว้จึงมิใช่การเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ราชการของจำเลยเมื่อจำเลย ยักยอก เงินดังกล่าวไป จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบัง ยักยอก ทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และกรณีไม่เข้าตามมาตรา 353 ด้วย จำเลยคงมีความผิดตามมาตรา 352 ฐาน ยักยอก ทรัพย์ตามธรรมดาเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 ให้จำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2516 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายชัยนันท์ ประสาทนานนท์ จำเลย ป.อ. ม. 147 , ม. 352 , ม. 353