ฎีกาที่ 1309/2515
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ข้อบังคับของบริษัทจำเลยกำหนดว่ากรรมการผู้จัดการมีอำนาจลงนามแทนบริษัทแต่ต้องประทับตราบริษัท การที่บริษัทจำเลยทำสัญญาจ้างโจทก์โดยในสัญญาไม่ได้ประทับตราบริษัทจำเลยแต่เมื่อบริษัทจำเลยยอมรับเอาผลงานที่โจทก์ทำให้ จนมีการชำระเงินค่าจ้างเรียบร้อยไปงวดหนึ่งแล้ว บริษัทจำเลยจะปฏิเสธว่าสัญญาจ้างดังกล่าวไม่ผูกพันบริษัทจำเลยหาได้ไม่ (อ้างฎีกาที่ 1525/2494) สัญญาจ้างซึ่งระบุว่าผู้จ้างจะจ่ายเงินค่า แรงงาน ในการก่อสร้างให้แก่ผู้รับจ้างเป็นงวด ๆ นั้น เมื่อผู้รับจ้างทำงานเสร็จตามงวดแล้ว ย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินตามงวดที่เสร็จไปแล้วได้ ไม่ต้องรอให้งานเสร็จครบถ้วนตามสัญญา
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2510 จำเลยโดยนายชาย สัจจะ กรรมการผู้จัดการ ตกลงว่าจ้างโจทก์เป็นผู้รับทำค่า แรงงาน การก่อสร้างบ่อดิน โรงสูบน้ำดิน โรงซ่อมและหม้อแปลงไฟ ซึ่งเป็นงานที่จำเลยรับเหมามาจากบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด ตามหนังสือสัญญาเหมาค่า แรงงาน หมาย 1 ท้ายฟ้อง ต่อมาโจทก์ทำงานงวดที่ 1 งวดที่ 2 และงวดที่ 3 เสร็จสิ้นลงแล้ว ทั้งได้ทำงานเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ ให้จำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมชำระค่าจ้างเป็นเงิน 59,422 บาท และคืนเงินประกันที่จำเลยหักไว้ 1,000 บาทแก่โจทก์ ขอให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า สัญญาหมาย 1 ท้ายฟ้องไม่ผูกพันบริษัทจำเลยเพราะมิได้ประทับตราบริษัทเป็นสำคัญ นายชาย สัจจะ ได้จ่ายเงินค่า แรงงาน ให้โจทก์ไปแล้ว ส่วนงานงวดที่ 2 โจทก์ทำได้เพียงเล็กน้อยและงานงวดที่ 3 โจทก์ไม่ได้ทำเลย นายชาย สัจจะ ได้จ้างคนงานโจทก์ทำงานงวดที่ 3 ต่อไปจนเสร็จสิ้นไปแล้ว สัญญาหมาย 1 เป็นการจ้างเหมาโจทก์ละทิ้งงานไปก่อนกำหนดเวลา เป็นฝ่ายผิดสัญญา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาจ้าง แรงงาน ตามเอกสารหมาย จ.1 โจทก์เป็นผู้ลงนามในฐานะผู้รับจ้าง นายชาย สัจจะ กรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลยเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้แทนบริษัทจำเลยผู้จ้าง ถึงแม้ว่าตามข้อบังคับของบริษัทจำเลย กรรมการผู้จัดการลงลายมือชื่อในสัญญาต้องประทับตราสำคัญของบริษัทด้วยจึงจะผูกพันบริษัทจำเลยก็ตาม แต่ปรากฏว่าจำเลยได้ยอมรับเอาผลงานที่โจทก์ทำสัญญารับจ้างนายชาย สัจจะกรรมการผู้จัดการบริษัทจำเลยเป็นงานของจำเลย โดยนำผลงานของโจทก์ไปส่งมอบให้บริษัทปูนซิเมนต์ไทยจำกัด ซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างจำเลยทำงานนี้โดยตรงจนมีการชำระเงินกันไปเรียบร้อยงวดหนึ่งแล้ว จำเลยต้องผูกพันและรับผิดตามสัญญาจ้าง แรงงาน ตามเอกสารหมาย จ.1 จะโต้เถียงว่าสัญญาจ้าง แรงงาน ดังกล่าวมีแต่นายชาย สัจจะ กรรมการผู้จัดการลงนามโดยไม่มีตราของบริษัทประทับเป็นสำคัญนั้น ฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ทำงานตามฟ้องไม่แล้วเสร็จตามสัญญา โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่มีสิทธิเรียกร้องค่า แรงงาน และเงินค่าประกันความเสียหายจากจำเลยนั้น เห็นว่า หลักฐานของคดีฟังได้สนิทว่าโจทก์ทำงานงวดที่ 2 งวดที่ 3 เสร็จแล้ว สัญญาจ้างเหมา แรงงาน เอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2 ระบุว่า ผู้จ้างจะจ่ายเงินค่า แรงงาน ในการก่อสร้างอาคารดังกล่าวให้แก่ผู้รับจ้างโดยจะทำการจ่ายเงินให้เป็นงวด ๆ ดังนั้น เมื่อโจทก์ทำงานงวดที่ 2 งวดที่ 3 เสร็จแล้วย่อมมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยจ่ายเงินตามงวดที่เสร็จไปแล้วได้ ไม่ต้องรอให้งานเสร็จครบถ้วนตามสัญญาเสียก่อน จำเลยไม่ยอมรับมอบงานและจ่ายเงินค่า แรงงาน ให้โจทก์ จำเลยจึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาและไม่มีสิทธิริบเงินประกันของโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1309/2515 นายศุภชัย ไชยวัฒนารุ่งเลิศ โจทก์ บริษัทเอส.ดี.เยนเนอราล คอนแทรกเตอร์ จำกัด โดยนายชาย สัจจะ กรรมการผู้จัดการ จำเลย ป.พ.พ. ม. 75 , ม. 587 , ม. 820 , ม. 1167