ฎีกาที่ 2104/2515
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
แม้จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้น ที่สั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยไว้ แต่เมื่อคดีมีประเด็นเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ ศาลอุทธรณ์ย่อมยกขึ้นวินิจฉัยได้ โดยให้ศาลชั้นต้นสืบพยานในประเด็นดังกล่าว แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของที่ดินหนึ่งแปลงได้แจ้งการครอบครองไว้แล้ว จำเลยทำหนังสือสัญญา เช่า ที่ดินส่วนหนึ่งของโจทก์เพื่อปลูกบ้านอยู่อาศัย มีกำหนดหนึ่งปี ค่า เช่า ปีละ 50 บาท จำเลยผิดสัญญา โจทก์จึงมอบอำนาจให้ทนายโจทก์บอกเลิกสัญญา เช่า แล้ว ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยทำสัญญา เช่า ที่ดินพิพาทตามฟ้อง เพราะจำเลยหลงผิดเข้าใจว่าเป็นที่ดินของโจทก์ จำเลยได้บอกเลิกการ เช่า กับโจทก์แล้ว สัญญา เช่า จึงไม่มีผลบังคับ วันนัดชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันบางข้อและโจทก์แถลงสละข้อหาเรื่องค่าเสียหาย ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ผู้ให้ เช่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทรัพย์ที่ให้ เช่า เสมอไปผู้มีสิทธิครอบครองก็มีสิทธิให้ เช่า ได้ โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท มีสิทธินำที่ดินพิพาทให้จำเลย เช่า ได้โจทก์จำเลยต่างบอกเลิกสัญญา เช่า กันแล้ว โจทก์ฟ้องขอให้บังคับขับไล่จำเลยได้ พิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามจำเลยเกี่ยวข้องต่อไป จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คดีมีประเด็นจะต้องวินิจฉัยว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ก็ไม่มีสิทธิให้จำเลย เช่า จะต้องฟังพยานหลักฐานโจทก์จำเลยในประเด็นนี้ก่อน พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานตามนัยที่กล่าว แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาว่า คดีไม่มีประเด็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือไม่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน จำเลยไม่โต้แย้ง ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ขอให้ทำการสืบพยานใหม่ ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้มีประเด็นว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่โจทก์มีสิทธิครอบครองเป็นเจ้าของ หรือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จึงต้องฟังข้อเท็จจริงในประเด็นข้อนี้ก่อนอื่น หากข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่พิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โจทก์ก็ไม่มีสิทธิที่จะเอาที่ดินพิพาทไปให้จำเลย เช่า เพราะขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน แม้จำเลยมิได้โต้แย้งคำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลยในข้อนี้ แต่เมื่อเป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้องของโจทก์ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นสมควร ก็ยกปัญหาข้อนี้ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนขึ้นวินิจฉัยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2515 นายซุ่นเซียง มะลิวรรณ์ โจทก์ นายมนตรี นามจัน จำเลย ป.วิ.พ. ม. 27 , ม. 55 , ม. 225 , ม. 226 , ม. 243