ฎีกาที่ 2643/2515
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
คำว่า 'ผลิตภัณฑ์อาหาร' ตามบัญชีที่ 1 หมวด 1(4)ท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509 ไม่มีบทนิยามให้มีความหมายโดยเฉพาะ ย่อมค้นหาความหมายได้โดยเปรียบเทียบจากบทบัญญัติที่ใกล้เคียงอย่างยิ่งคือจากบทมาตราอื่นๆ ของประมวลรัษฎากร คำว่า 'อาหาร' ในบทบัญญัติแห่งประมวลรัษฎากร ถ้าใช้เป็นคำกลางๆ หมายถึงอาหารสำหรับคนเท่านั้น หามีความหมายถึงอาหารสัตว์ด้วยไม่ คำว่า 'ผลิตภัณฑ์อาหาร' จึงหมายถึง อาหารคนแต่อย่างเดียว ถ้ากฎหมายประสงค์จะให้หมายถึงอาหารอย่างอื่น ก็จำเป็นจะต้องบัญญัติไว้ให้ชัดเป็นแห่ง ๆ ไปฉะนั้น อาหารสัตว์จึงไม่อยู่ในความหมายของคำว่า 'ผลิตภัณฑ์อาหาร'
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ผลิตอาหารสัตว์สำเร็จรูปจำหน่าย ซึ่งต้องเสีย ภาษี การค้าร้อยละ 1.5 แต่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1กลับแจ้งประเมินให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าร้อยละ 5 พร้อมด้วยเงินเพิ่มและ ภาษี เทศบาล โจทก์อุทธรณ์ จำเลยที่ 2, 3, 4 ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้วินิจฉัยชี้ขาดให้โจทก์เสีย ภาษี ร้อยละ 5แต่ลดเบี้ยปรับ โจทก์เห็นว่าไม่ชอบ ขอให้เพิกถอนคำสั่งประเมินเรียกเก็บ ภาษี และเงินเพิ่มของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2, 3, 4 จำเลยต่อสู้ว่า อาหารสัตว์ที่โจทก์ผลิตจำหน่าย เป็นผลิตผลภายในประเทศทำจากรำ ข้าวโพดป่น ปลาป่น น้ำตาล และวัตถุอื่นผสมกันบรรจุลงในภาชนะหรือหีบห่อผนึก ตีตราชื่อบริษัทผู้ทำการค้ารวมทั้งเครื่องหมายการค้าที่หีบห่อด้วย จึงเข้าลักษณะผลิตภัณฑ์อาหารต้องเสีย ภาษี การค้าร้อยละ 5 ของรายรับ ชั้นชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับกันว่า ภาษี การค้าที่เรียกเก็บรายนี้ประเมินจากรายรับในการขายผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูป และผลิตภัณฑ์อาหารดังกล่าวคนใช้บริโภคไม่ได้ ทั้งเป็นผลิตภัณฑ์ที่บรรจุหีบห่อผนึกสำหรับเพื่อจำหน่าย แล้วต่างไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งประเมินเรียกเก็บ ภาษี และเงินเพิ่มของจำเลยที่ 1 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2, 3, 4โดยไม่ต้องให้โจทก์ชำระค่า ภาษี การค้าและเงินเพิ่ม 1,062,985.90 บาทให้จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ปัญหามีว่า คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" มีความหมายเพียงใดโดยเฉพาะอาหารสัตว์จะอยู่ในความหมายของคำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร"ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" ไม่มีบทนิยามให้มีความหมายโดยเฉพาะจึงต้องค้นหาความหมายโดยเปรียบเทียบจากบทบัญญัติที่ใกล้เคียงอย่างยิ่ง คือจากบทมาตราอื่น ๆ ของประมวลรัษฎากรนั่นเอง ตามมาตรา 77 มีวิเคราะห์ศัพท์คำว่า "ภัตตาคาร" หมายความว่า"กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆ ในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดไว้ให้ประชาชนเข้าไปบริโภคได้" และคำว่า "ไนท์คลับหรือคาบาเรต์" หมายความว่า "กิจการขายอาหารหรือเครื่องดื่มไม่ว่าชนิดใด ๆ ในหรือจากสถานที่ซึ่งจัดให้มีการแสดงดนตรี การลีลาศ หรือการแสดงเพื่อความบันเทิงใด ๆ" บทวิเคราะห์ศัพท์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่า อาหารนั้นถ้าใช้เป็นคำกลาง ๆ แล้วจะต้องหมายถึงอาหารสำหรับคนเท่านั้น จะให้มีความหมายไปถึงอาหารสำหรับสัตว์ด้วย ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะภัตตาคารก็ดี ไนท์คลับก็ดี ย่อมเป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปว่า ไม่ใช่ตั้งขึ้นเพื่อขายอาหารสัตว์ อีกประการหนึ่ง ถ้าดูความในมาตรา 78 ทวิ ที่บัญญัติถึงการประกอบการค้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสีย ภาษี การค้า เช่น กิจการ ผลิตสินค้า (ข) ถั่วทุกชนิด ไม่ว่ากะเทาะเปลือกหรือทั้งเปลือกบด ทำให้เป็นซีกหรือชิ้น รวมทั้งกากถั่ว แต่ไม่รวมถึงแป้งถั่วหรือถั่วที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำเป็นอาหาร นอกจากอาหารสัตว์ (ค) ข้าวโพด ไม่ว่าเป็นผักหรือเมล็ดอบบด ทำให้เป็นซีกหรือชิ้น แต่ไม่รวมถึงแป้งข้าวโพดหรือข้าวโพดที่ผ่านกรรมวิธีเพื่อทำเป็นอาหารนอกจากอาหารสัตว์ เฉพาะคำว่า อาหารคำแรกในทั้งสองวรรคต้องตีความว่าหมายถึงอาหารคน ซึ่งเป็นการผลิตอาหารที่ต้องเสีย ภาษี การค้า ตรงกันข้ามการผลิตอาหารสัตว์จากถั่วหรือข้าวโพดไม่ต้องเสีย ภาษี การค้าตามมาตรา 78 ทวิ เมื่อความหมายของคำว่า "อาหาร"ในประมวลรัษฎากรสามารถแยกแยกออกได้เช่นนี้ คำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร"ก็ต้องหมายถึงอาหารคนแต่อย่างเดียว ถ้ากฎหมายประสงค์ให้หมายถึงอาหารอย่างอื่น ก็จำเป็นจะต้องบัญญัติไว้ให้ชัดเป็นแห่ง ๆ ไป เช่นอาหารสัตว์ตามมาตรา 78 ทวิ เป็นต้น อาหารสัตว์จึงไม่อยู่ในความหมายของคำว่า "ผลิตภัณฑ์อาหาร" ตามบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21)พ.ศ. 2509 บัญชีที่ 1 หมวด 1 อาหาร ฯลฯ ดังนั้นจำเลยึงไม่มีอำนาจบังคับให้โจทก์เสีย ภาษี การค้าในอัตราร้อยละ 5 ของรายรับ เพราะที่โจทก์เสีย ภาษี ไปแล้วในอัตราร้อยละ 1.5 ของรายรับ เป็นการถูกต้องแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2643/2515 บริษัทสหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด โดยนายสุชาย สุบรรณพงศ์ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวกรวม 4 คน จำเลย ป.พ.พ. ม. 4 , ม. 10 , ม. 11 ป.รัษฎากร ม. 77 , ม. 78 ทวิ พ.ร.ฎ.ออกตามความใน ป.รัษฎากร ว่าด้วยการลดอัตรารัษฎากร (ฉบับที่ 21) พ.ศ. 2509