ฎีกาที่ 1881/2515
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 27
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 27 ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพ...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 32
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 32 เรือชนิดใด ๆ อันมีระวางบรรทุกไม่เกินสองร้อยห้าสิบตัน รถ เกวียน ยานพาหนะ หีบห่อ หรือภาชนะใด ๆ หากได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการย้าย ซ่อนเร้น หรือขนของที่มิได้เสียค่าภาษีหรือท...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 (ยกเลิก) มาตรา 100
พ.ศ. 2469 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 100 ในการฟ้องร้องคดีอันเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษี หรือเพราะเหตุพึงริบโดยประการอื่นก็ดี หรือยึดเพื่อเอาค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่า...
- รวมฉบับ
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 4
พ.ศ. 2489 · ข้อความเดียวกันหลายฉบับ
มาตรา 4 ในพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “สินบน” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่ผู้นำจับ “รางวัล” หมายความว่า เงินตราที่จ่ายให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำความผิด “ผู้นำจับ” หม...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 5
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 5 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับแก่ความผิดซึ่งเกิดขึ้นตามกฎหมายว่าด้วย 1. การควบคุมเครื่องอุปโภคบริโภคและของอื่น ๆ ในภาวะคับขัน 2. การศุลกากร 3. การสำรวจและกักกันข้าว 4. การป้อ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 6
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 6 ผู้นำจับมีสิทธิได้รับสินบน และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผู้กระทำผิดมีสิทธิได้รับรางวัล
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 7
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 7 สินบนและรางวัลให้จ่ายจากเงินที่ได้จากการขายของกลางซึ่งศาลสั่งริบเมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว ในกรณีที่ศาลมิได้สั่งริบของกลางหรือของกลางที่ศาลสั่งริบนั้นไม่อาจขายได้ ให้จ่ายจากเงิน...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 8
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 8 ให้จ่ายสินบนร้อยละสามสิบของราคาของกลางหรือค่าปรับ ให้จ่ายรางวัลร้อยละยี่สิบห้าของราคาของกลางหรือค่าปรับ ในกรณีที่ไม่มีผู้นำจับ ให้จ่ายรางวัลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจับกุมผ...
- ต้นทาง
พระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำความผิด พุทธศักราช 2489 มาตรา 9
พ.ศ. 2489 · ตรงจากแหล่ง
มาตรา 9 ในการยื่นฟ้องผู้กระทำผิดซึ่งผู้นำจับหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีสิทธิจะได้รับเงินสินบนหรือรางวัลตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการร้องขอต่อศาลให้จ่ายสินบนหรือรางวัล
ย่อสั้น
เรือยนต์ชนิดเพลาใบจักรที่ใช้บรรทุกสุกรที่มีชีวิตอันเป็นของที่ไม่ต้องเสีย ภาษี ออกนอกราชอาณาจักร โดยมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง ซึ่งเป็นความผิดอย่างหนึ่งตามมาตรา 27แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ นั้น ไม่ใช่ยานพาหนะที่ใช้ในการย้าย ถอน ซ่อนเร้น หรือขนของที่ยังมิได้เสีย ภาษี หรือที่ต้องจำกัดหรือต้องห้าม ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ว่าให้ริบเสียสิ้น จึงริบเรือยนต์พร้อมเครื่องจักรของกลางไม่ได้ สิ่งของที่นำเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร จะต้องเสีย ภาษี ศุลกากรหรือไม่นั้น จะต้องกำหนดไว้ในกฎหมายจึงเป็นเรื่องที่ศาลต้องรู้เอง หน้าที่พิสูจน์ที่ตกอยู่แก่จำเลยตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯนั้น เป็นเรื่องการฟ้องร้องเกี่ยวด้วยของที่ยึด เพราะหลีกเลี่ยงการเสีย ภาษี ศุลกากรหรือเป็นของที่พึงริบ หรือเพื่อเอาค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ หากจำเลยมีข้อโต้เถียงว่าเสีย ภาษี ศุลกากรถูกต้องแล้ว หรือนำเข้าหรือนำออกเป็นการชอบด้วยกฎหมาย ต่างกับกรณีของจำเลยคดีนี้ที่ปฏิเสธว่ามิได้นำสุกรออกนอกราชอาณาจักร แต่เป็นการขนหรือบรรทุกในประเทศลาว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกที่หลบหนี นำสุกรมีชีวิต 2 ตัวโดยพาหนะเรือยนต์เพลาใบจักรจากประเทศไทยออกไปยังประเทศลาวโดยจำเลยมิได้เสีย ภาษี และผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง และมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎหมาย เจ้าพนักงานจับสุกรได้พร้อมด้วยเรือยนต์ที่ใช้เป็นพาหนะบรรทุก ขอให้ลงโทษและริบของกลางกับจ่ายสินบนและรางวัลตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธว่า นำเรือของกลางไปรับจ้างขนสุกรที่ประเทศลาวแล้วถูกเจ้าพนักงานตำรวจกับพวกปล้นและยิงจำเลยบาดเจ็บชิงเอาเรือและสุกรของกลางและทรัพย์อื่นของจำเลยมาประเทศไทย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่า จำเลยนำสุกรมีชีวิต 2 ตัวบรรทุกเรือหางยาวออกไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่เสีย ภาษี ศุลกากรพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 32 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 มาตรา 6, 16, 17 (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 3 ให้ปรับ 4 เท่าของราคาสุกรของกลางเป็นเงิน 5,200 บาท ริบของกลาง และจ่ายสินบนและรางวัลตามพระราชบัญญัติให้บำเหน็จในการปราบปรามผู้กระทำผิด พ.ศ. 2489 มาตรา 4, 5, 6, 7, 8, 9 จำเลยอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิด โจทก์มิได้นำสืบว่าสุกรมีชีวิตเป็นของต้องเสีย ภาษี หรือเป็นของต้องจำกัดหรือต้องห้าม หรือต้องรับอนุญาตสุกรมีชีวิตเป็นของที่ไม่ต้องเสียอากร จึงยังไม่เป็นผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 สุกรและเรืออันเป็นพาหนะจึงริบไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และมีผู้พิพากษานายหนึ่งทำความเห็นแย้งว่า ควรพิพากษากลับยกฟ้องโจทก์ คืนของกลางให้จำเลย จำเลยฎีกาในข้อกฎหมายว่า สุกรมีชีวิตของกลางเป็นของที่ไม่ต้องเสีย ภาษี ศุลกากรและไม่ปรากฏว่าเป็นของต้องห้าม จำเลยจึงไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 และจะนำมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรมาใช้บังคับในกรณีของจำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยประเด็นที่ว่าการกระทำของจำเลยจะเป็นความผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ฯลฯ หรือไม่ เห็นว่าโดยข้อความในบทบัญญัติมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร ฯลฯได้แยกการกระทำที่เป็นความผิดไว้หลายอย่างหลายชนิดด้วยกัน มีทั้งของที่ต้องเสีย ภาษี แต่ยังมิได้เสีย ภาษี ของต้องจำกัด ของต้องห้ามแต่ละชนิดของการกระทำนั้นเป็นความผิดอยู่ในตัวไม่เกี่ยวข้องกันซึ่งศาลฎีกาได้เคยวินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 448/2513 คดีอาญาระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดปืนธนบุรี กับพวก จำเลยเรื่องความผิดเกี่ยวกับเอกสารและพระราชบัญญัติอาวุธปืนไว้แล้ว การกระทำของจำเลยคดีนี้ข้อเท็จจริงก็ฟังได้ว่าจำเลยนำสุกรที่มีชีวิต 2 ตัวที่ไม่ต้องเสีย ภาษี ศุลกากรออกนอกราชอาณาจักรไทยไปยังประเทศลาว และไม่ได้ผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้อง จำเลยจึงไม่มีความผิดในเรื่องที่มิได้เสีย ภาษี ศุลกากรแต่การที่จำเลยไม่นำสุกรที่มีชีวิต 2 ตัวผ่านด่านศุลกากรโดยถูกต้องอันเป็นความผิดอีกชนิดหนึ่งต่างหากจากความผิดที่ไม่เสีย ภาษี ศุลกากร จำเลยจึงไม่พ้นผิด สุกรของกลางจึงต้องริบตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9) พุทธศักราช 2482 มาตรา 17 ส่วนเรือยนต์ชนิดเพลาใบจักร (เรือหางยาวพร้อมด้วยเครื่องยนต์)ของกลาง ที่ใช้บรรทุกสุกรมีชีวิต 2 ตัวนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ยานพาหนะที่จะริบได้นี้มาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 บัญญัติไว้ดังนี้ "เรือชนิดใด ๆ อันมีระวางบรรทุกไม่เกิน 250 ตัน ก็ดีรถ เกวียน ยานพาหนะ หีบ หรือภาชนะอื่นใดก็ดี หากใช้ในการย้าย ถอน ซ่อนเร้น หรือขนของที่ยังมิได้เสีย ภาษี หรือที่ต้องจำกัดหรือต้องห้าม ให้ริบเสียทั้งสิ้น" เป็นการบัญญัติถึงระวางบรรทุกของเรือ และลักษณะของการใช้ตามที่ระบุไว้เท่านั้น จึงจะริบได้ยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำอย่างอื่นที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว นอกจากที่บัญญัติไว้ในมาตรา 32 แล้วจะริบยานพาหนะนั้นมิได้ และการริบนี้ตามมาตรา 18 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ถือเป็นโทษชนิดหนึ่ง เรือยนต์พร้อมเครื่องยนต์ที่จำเลยใช้กระทำผิดคดีนี้ เป็นความผิดเฉพาะที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเสียก่อนเท่านั้น จะถือว่าเป็นการใช้ในการ ย้าย ถอน ซ่อนเร้น หรือขนของที่ต้องจำกัด หรือต้องห้าม ก็ไม่ได้ เพราะมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้แยกไว้เป็นชนิด ๆ แต่ละชนิด เป็นความผิดในตัวอยู่แล้ว และการใช้เรือดังกล่าวก็มิได้เข้าลักษณะเช่นนั้น จึงริบเรือยนต์พร้อมเครื่องจักรของกลางไม่ได้ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบเรือยนต์พร้อมเครื่องจักรของกลางและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยความเห็นแย้งของศาลอุทธรณ์ที่ว่า สิ่งของใดที่นำเข้าหรือนำออกนอกราชอาณาจักร จะต้องเสีย ภาษี ศุลกากรหรือไม่นั้น จะต้องกำหนดไว้ในกฎหมาย จึงเป็นเรื่องที่ศาลต้องรู้เองนอกจากนั้น มาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ก็เป็นเรื่องการฟ้องร้องเกี่ยวด้วยของที่ยึดเพราะหลีกเลี่ยงการเสีย ภาษี ศุลกากรหรือเป็นของที่พึงริบหรือเพื่อเอาค่าปรับตามพระราชบัญญัตินี้ หากจำเลยจะมีข้อโต้แย้งว่าเสีย ภาษี ศุลกากรถูกต้องแล้ว หรือการนำเข้าหรือนำออก เป็นการชอบด้วยกฎหมายอย่างไรแล้ว จำเลยจึงจะมีหน้าที่ต้องนำสืบ ต่างกับกรณีของจำเลยคดีนี้ ซึ่งให้การปฏิเสธมาแต่แรกว่ามิได้นำสุกรที่มีชีวิต 2 ตัว ออกนอกราชอาณาจักรไทย หากแต่เป็นการขนหรือบรรทุกอยู่ในประเทศลาว เป็นคนละเรื่องกันจะนำบทมาตราดังกล่าวมาให้เป็นหน้าที่จำเลยนำสืบพิสูจน์ไม่ได้ ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ไม่ริบเรือยนต์ชนิดเพลาใบจักรพร้อมเครื่องยนต์ (เรือหางยาวพร้อมเครื่องยนต์) ของกลางให้คืนเจ้าของไป นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1881/2515 อัยการจังหวัดหนองคาย โจทก์ นายถัน ภูอากิจ จำเลย พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 ม. 27 , ม. 32 , ม. 100