ฎีกาที่ 432/2515
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร มาด้วยกันสองฐาน ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ยกข้อหา รับของโจร แม้จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิด เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐาน รับของโจร ซึ่งมีอัตราโทษที่จะลงเบากว่าความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ก็พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐาน รับของโจร ได้
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ 22 ธันวาคม 2512ถึงวันที่ 30 มกราคม 2512 วันเวลาใดไม่ปรากฏ มีคนร้ายลักปืนสั้นขนาด .38 รวม 5 กระบอก ราคา 12,500 บาทของราชการกรมตำรวจศูนย์ฝึกชัยยะ จังหวัดเชียงใหม่ไป ครั้นระหว่างวันที่ 23 ธันวาคม2512 ถึงวันที่ 30 มกราคม 2513 มีผู้พบจำเลยนำอาวุธปืนที่หายไปฝากผู้มีชื่อไว้ ทั้งนี้ โดยจำเลยเป็นคนร้ายลักอาวุธปืนดังกล่าวหรือมิฉะนั้นก็รับไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดลักทรัพย์ เหตุเกิดที่ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลริมใต้อำเภอแม่ริม และตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335, 357 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(8) จำคุก 4 ปีปรานีลดโทษตามมาตรา 78 ให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือนคำขอนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ฟังลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ไม่ได้ คงฟังได้เพียง รับของโจร พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 3 ปี ปรานีลดโทษตามมาตรา 78ให้หนึ่งในสามคงจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยฎีกามีปัญหามาสู่การวินิจฉัยศาลฎีกาเฉพาะข้อหา รับของโจร ว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ ข้อหาลักทรัพย์เป็นอันยุติ โดยโจทก์ไม่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐานของโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดฐาน รับของโจร ตามฟ้อง ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์โจทก์มิได้อุทธรณ์ ขอให้ลงโทษฐาน รับของโจร ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐาน รับของโจร จึงไม่ชอบ เพราะไม่มีประเด็นที่ศาลอุทธรณ์จะวินิจฉัยในเรื่อง รับของโจร อีกนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยโดยบรรยายข้อเท็จจริงในฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือ รับของโจร และอ้างบทมาตราในกฎหมายซึ่งบัญญัติว่าการกระทำเช่นนั้น เป็นความผิดทั้งสองฐานมาด้วย เพื่อให้ศาลเลือกลงโทษจำเลยตามความผิดอย่างใดอย่างหนึ่งที่พิจารณาได้ความ ดังนี้ เมื่อศาลชั้นต้นฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานลักทรัพย์ ให้ลงโทษจำเลยตามฐานความผิดที่พิจารณาได้ความ แม้จำเลยฝ่ายเดียวอุทธรณ์ว่าไม่ได้กระทำผิดโดยฝ่ายโจทก์มิได้อุทธรณ์ก็ตามคดีก็ยังมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ว่าจำเลยได้กระทำความผิดดังคำวินิจฉัยชี้ขาดของศาลชั้นต้นหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์พิจารณาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐาน รับของโจร ซึ่งมีอัตราโทษที่จะลงเบากว่าความผิดฐานลักทรัพย์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐาน รับของโจร ซึ่งได้กล่าวไว้ในฟ้องได้ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐาน รับของโจร พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานนี้ จะถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ชอบหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 432/2515 อัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ สิบตำรวจเอกพรหมา เดชเดิม จำเลย ป.วิ.อ. ม. 192 , ม. 215 ป.อ. ม. 335 , ม. 357