ฎีกาที่ 2056/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
การที่จำเลยระบุชื่อคนอื่น ๆ ว่าเป็นทายาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินแต่ไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ว่าเป็นทายาททั้ง ๆ ที่จำเลยทราบว่าโจทก์เป็นทายาทและจำเลยได้รับรองบัญชีเครือญาติ ซึ่งจำเลยได้แจ้งไว้ (โดยที่ไม่มีชื่อโจทก์เป็นทายาท) ทั้งแจ้งว่าเจ้า มรดก ไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ซึ่งความจริงมีพินัยกรรมเป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินประกาศโฆษณาไปตามที่จำเลยแจ้งนั้น แล้วลงชื่อบุคคลที่จำเลยแจ้งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดิน มรดก แม้ที่ดินโฉนดดังกล่าวนั้นตามพินัยกรรมจะมิได้ตกแก่ทายาทอื่น นอกจากผู้ที่จำเลยระบุชื่อก็ตาม แต่ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง ถือได้ว่าอยู่ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรหลวงวิวิธสุรการ โดยชอบด้วยกฎหมายมีสิทธิได้รับ มรดก ในฐานะที่เป็นทายาท จำเลยได้ปลอมเอกสารมีข้อความว่า นางผาง วิวิธสุรการ ได้มอบอำนาจให้จำเลยไปยื่นคำขอประกาศรับ มรดก ที่ดินและจำเลยแจ้งข้อความอันเป็นเท็จว่าหลวงวิวิธสุรการมีทายาทคือนางผาง วิวิธสุรการ กับบุตร 3 คน ทายาทอื่นไม่มีอีก และผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ขอให้เจ้าพนักงานมีคำสั่งให้ผู้ขอรับ มรดก ได้รับ มรดก ไปตามกฎหมายเจ้าพนักงานหลงเชื่อจึงได้แก้ทะเบียนสิทธิให้นางผางกับบุตร 3 คนลงชื่อในโฉนด 3 โฉนดในฐานะผู้รับ มรดก ไปฝ่ายเดียว เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดที่ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265, 267, 268 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะข้อหาแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267, 268 เท่านั้น จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า การที่จำเลยไม่แจ้งว่าหลวงวิวิธสุรการมีภรรยาและบุตรที่เกิดจากภรรยาอื่นอีก เป็นการปกปิดไม่แจ้งข้อความจริงที่จำเลยรู้ หาใช่เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จไม่ ส่วนข้อที่ว่าจำเลยให้ถ้อยคำแก่ผู้ช่วยที่ดินจังหวัดอุดรธานีว่าหลวงวิวิธสุรการไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ซึ่งความจริงหลวงวิวิธสุรการได้ทำพินัยกรรมไว้ เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแต่ปรากฏว่าพินัยกรรมนั้นได้ยกทรัพย์สินให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ไม่เสียหายเพราะจำเลยแจ้งเท็จ โจทก์จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ พิพากษากลับ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 ให้จำคุก 1 ปี แต่มีเหตุสมควรให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยไปแจ้งต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าทายาทของหลวงวิวิธสุรการมีนางผาง ภริยา นางพิศวาท นางวรศักดิ์ และนางวราภรณ์ บุตร และรับรองบัญชีเครือญาติตามที่แจ้งไว้โดยที่จำเลยรู้ว่าหลวงวิวิธสุรการยังมีทายาทอื่นอีกโดยเฉพาะโจทก์ก็เป็นทายาทด้วยผู้หนึ่งทั้งแจ้งว่าหลวงวิวิธสุรการไม่ได้ทำพินัยกรรมซึ่งความจริงมีพินัยกรรม เป็นเหตุให้พนักงานที่ดินจังหวัดอุดรธานีดำเนินการตามหน้าที่ราชการ ประกาศโฆษณาไปตามที่จำเลยแจ้งนั้นแล้วลงชื่อบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดิน อันเป็นทรัพย์ มรดก แม้ที่ดินนั้นตามพินัยกรรมจะมิได้ตกได้แก่ทายาทอื่น นอกจากผู้ที่จำเลยระบุชื่อก็ตาม ก็เป็นการไม่ตรงกับความจริงถือได้ว่าอยู่ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนได้ จำเลยจะอ้างว่าไม่มีเจตนาทุจริตหาได้ไม่ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2056/2514 นางมุกดา วิวิธสุรการ โจทก์ นายนิพนธ์ ศรีสกุล จำเลย ป.อ. ม. 267 ป.วิ.อ. ม. 2 (4)