ฎีกาที่ 241/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
หนี้ที่ ส. กู้เงินโจทก์ เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานที่สามีภริยาทำด้วยกันจึงเป็นหนี้ร่วม แม้ ส. จะตายไปแล้ว จำเลยซึ่งเป็นภริยาในระหว่างที่มูลหนี้เกิดขึ้นต้องรับผิดร่วมด้วย โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะทายาทผู้รับมรดก ส. ผู้ตาย แม้จำเลยจะไม่ได้รับมรดก ก็เป็นเรื่องที่โจทก์จะบังคับเอาจากมรดกของผู้ตายในชั้นบังคับคดี โดยจำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว (อ้างฎีกาที่ 866/2508)
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ในฐานะส่วนตัวกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ในฐานะผู้รับมรดกของนายสายร่วมกันชำระต้นเงิน 30,000 บาท กับดอกเบี้ยที่ค้างชำระ 11,250 บาท รวมเป็นเงิน 41,250 บาท จำเลยให้การว่า นายสายไม่เคยทำสัญญากู้เงินโจทก์ หากนายสายกู้เงินโจทก์ไปจริง ก็ไม่ได้เอามาใช้ในระหว่าง ครอบครัว จำเลยทุกคนไม่ได้รับมรดกจากนายสาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางปรุงจำเลยในฐานะส่วนตัว และจำเลยอื่นในฐานะทายาทของนายสาย กาญจนจินดา ชำระต้นเงินกู้ 30,000 บาทกับดอกเบี้ย 11,250 บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นายสายได้กู้เงินโจทก์ไปจริง และฟังได้ว่าหนี้ที่นายสายกู้เงินโจทก์มานี้ ได้เอามาสร้างห้องแถวเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกัน เป็นหนี้ร่วมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 นางปรุงซึ่งเป็นภริยานายสายในระหว่างที่มูลหนี้เกิดขึ้นต้องรับผิดร่วมด้วยตามมาตรา 1480 จำเลยฎีกาข้อสุดท้ายว่า จำเลยมิได้รับมรดกนายสาย จึงไม่ต้องรับผิดชดใช้หนี้แทนนายสายนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5ในฐานะทายาทผู้รับมรดกของนายสายผู้ตาย แม้จำเลยจะไม่ได้รับมรดก ก็เป็นเรื่องที่โจทก์จะบังคับเอาจากมรดกของผู้ตายในชั้นบังคับคดี โดยจำเลยไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัวตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 866/2508 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 241/2514 นางสมัย พงษ์ภักดี โจทก์ นางปรุง กาญจนจินดา ในฐานะส่วนตัว ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน จำเลย ป.พ.พ. ม. 1480 , ม. 1482 , ม. 1600 , ม. 1601 , ม. 1734 ป.วิ.พ. ม. 42 , ม. 271