ฎีกาที่ 2045/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์หรือชำระเงินต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ และผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาล แต่ผู้ร้องไม่มีศาลตามวันเวลาที่ศาลนัดไต่สวนนั้น พระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงต้องถือว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณาตามมาตรา 197 วรรคสอง เมื่อผู้ร้องขาดนัดพิจารณาและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลจึงสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 นั้น แม้ผู้ร้องจะเข้าใจเวลานัดของศาลผิดไปโดยสุจริต ก็ไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้คงทำได้เพียงประการเดียว คือร้องเริ่มต้นคดีใหม่ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 74/2512) กรณีผู้ร้องขาดนัดพิจารณาซึ่งศาลสั่งจำหน่ายคดี กฎหมายห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งหรือมีคำขอให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ย่อมไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องว่าจงใจขาดนัดหรือไม่
ย่อยาว
กรณีเนื่องจากเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยผู้ ล้มละลาย มีหนังสือแจ้งว่า ผู้ร้องเป็นหนี้จะต้องส่งมอบรถยนต์ทะเบียน ก.ท.ด. 2788ให้แก่จำเลย จึงให้ผู้ร้องส่งมอบรถยนต์ดังกล่าวหรือชำระเงิน 57,110 บาท ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้ร้องคัดค้านว่าผู้ร้องได้ซื้อรถคันพิพาทจากบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตจำกัด ผู้เป็นเจ้าของโดยตรงและได้ชำระราคารับมอบโอนมาเป็นของผู้ร้องโดยชอบแล้ว ขอให้ศาลสั่งจำหน่ายผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนวันที่ 2 มกราคม 2513 เวลา 8.30 นาฬิกาถึงวันเวลานัดผู้ร้องและทนายไม่มาศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลสั่งว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคำร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ในวันเดียวกันนั้นตอนบ่าย ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งไต่สวนดำเนินการสืบพยานผู้ร้องต่อไป เพราะผู้ร้องมิได้มีเจตนาละทิ้งคดี โดยทนายผู้ร้องเข้าใจเวลานัดผิดไป ว่าเป็นเวลา 13.00 นาฬิกาจึงได้มาศาลตอนบ่าย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าจำเวลานัดของศาลผิดไปเป็นความเข้าใจผิดของผู้ร้องเอง ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลได้ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา 1. ผู้ร้องฎีกาว่า การที่ศาลล่างทั้งสองนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 มาปรับใช้กับการพิจารณาคำร้องของผู้ร้องนั้นเป็นการไม่ถูกต้องตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงของคดีฟังได้เป็นยุติแล้วว่า ผู้ร้องไม่มาศาลในวันที่ 2 มกราคม 2513 เวลา 8.30 นาฬิกา ตามที่ศาลนัด ซึ่งผู้ร้องทราบโดยชอบแล้ว ทั้งมิได้ขอเลื่อนหรือแจ้งเหตุที่ไม่มาศาลทราบก่อน ตามพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ชอบที่ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในกรณีเช่นนี้ต้องถือว่าผู้ร้องขาดนัดพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 197 วรรค 2 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ศาลสั่งตามรูปคดี ศาลสั่งจำหน่ายคดีเสียจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 201 ซึ่งกฎหมายมาตรงนี้ห้ามมิให้ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดีหรือมีคำขอให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ แม้ผู้ร้องเข้าใจเวลานัดของศาลผิดไปโดยสุจริต ก็ไม่อาจดำเนินคดีต่อไปได้ คงทำได้เพียงประการเดียวคือ ร้องเริ่มต้นคดีใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องอยู่ในบังคับแห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 119 รูปเรื่องเช่นนี้ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้แล้วตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 74/2512 ระหว่างห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยชัย โจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ่งฮงพาณิชย์ กับพวก จำเลยนายยู่เคียงหรือยู่เคี้ยงแซ่เล้า ผู้ร้อง 2. ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องไม่ได้เจตนาจงใจขาดนัดพิจารณา ขอให้ศาลไต่สวนคำร้องลงวันที่ 2 มกราคม 2513 นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีของคดีนี้กฎหมายห้ามมิให้ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งจำหน่ายคดี หรือมีคำขอให้พิจารณาใหม่ ฉะนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะต้องไต่สวนคำร้องของผู้ร้องว่าจงใจขาดนัดหรือไม่ เพราะตามกฎหมายผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาใหม่ การไต่สวนคำร้องของผู้ร้องว่าจงใจขาดนัดหรือไม่ เพราะตามกฎหมายผู้ร้องไม่มีสิทธิร้องขอให้พิจารณาใหม่ การไต่สวนคำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นประโยชน์แก่คดีของผู้ร้องแต่อย่างใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2045/2514 บริษัทคาโออินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายเฮอิโกโรอิซูมิ กรรมการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดบรรลือกิจ โดยนายสมชัย ฉั่วบรรลือ ที่ 1 จำเลย นายสมชัย ฉั่วบรรลือ ที่ 2 จำเลย นางสาวศุภวรรณ ผลจิตจรูญ ผู้ร้อง ป.วิ.พ. ม. 197 , ม. 201 พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 ม. 119 , ม. 153