ฎีกาที่ 239/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
กฎหมายที่อ้างถึง
ย่อสั้น
มัสยิดอาจได้กรรมสิทธิที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ได้ ตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 5 ให้มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว เป็นนิติบุคคลซึ่งหมายความว่าให้เป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นต้นไป แต่ปรากฏว่ามัสยิดจำเลยร่วมจดทะเบียนเมื่อ 26 กรกฎาคม 2499 การที่จะถือว่าอ. ยกที่ดินพิพาทให้จำเลยตั้งแต่ พ.ศ. 2498 ย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะการให้ต้องมีผู้รับ แม้จะฟังว่าจำเลยร่วม ครอบครองปรปักษ์ ต่อมาหลังจากการยกให้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องนับการครอบครองแต่วันเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป แต่ถ้านับตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2499จนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง คือ วันที่ 15 กรกฎาคม 2509 แล้ว ก็เห็นได้ว่ายังไม่ครบ 10 ปี จึงไม่อาจได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 138
ย่อยาว
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยและบริวารออกจากที่ดินโฉนดที่ 12656 ฯลฯ จำเลยให้การสู้คดี ก่อนสืบพยาน มัสยิดอัลฮิดายะห์โดยนายประสาน กูบกระบี่ผู้รับมอบอำนาจร้องสอดเข้าเป็นจำเลยร่วมและให้ถือคำให้การจำเลยเป็นคำให้การผู้ร้องสอดด้วย ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลย จำเลยร่วมและบริวารออกไปจากที่ดินแปลงพิพาท ฯลฯ จำเลยและจำเลยร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยและจำเลยร่วมฎีกา ในชั้นฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายไว้ว่า การให้ที่ดินพิพาทมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ การให้จึงไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 525 คงมีปัญหาต่อไปว่า แม้การยกที่ดินพิพาทให้จะไม่สมบูรณ์ดังกล่าวแต่เมื่อมัสยิดจำเลยร่วมได้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลาติดต่อกัน 10 ปีแล้ว มัสยิดจำเลยร่วมก็ย่อมจะได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้เหมือนกัน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติมัสยิดอิสลาม พ.ศ. 2490 มาตรา 5 ให้มัสยิดซึ่งได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้วเป็นนิติบุคคล ซึ่งหมายความว่าให้เป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนเป็นต้นไป แต่เมื่อพิจารณาเอกสารหมาย ล.16 ซึ่งจำเลยอ้างมาเองแล้ว ปรากฏว่ามัสยิดจำเลยร่วมจดทะเบียนเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2499 ซึ่งหมายความว่าจำเลยร่วมเป็นนิติบุคคลตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2499 นั่นเอง การจะถือว่าขุนอินทร์วราคมยกที่ดินพิพาทให้มัสยิดจำเลยร่วมมาตั้งแต่ พ.ศ. 2498 นั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะการให้ต้องมีบุคคลผู้รับ เมื่อผู้รับเป็นนิติบุคคลเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2499 เสียแล้ว แม้จะฟังว่าจำเลยร่วม ครอบครองปรปักษ์ ต่อมาหลังจากการยกให้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ต้องนับการครอบครองแต่วันเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป แต่ถ้านับตั้งแต่วันที่ 26 กรกฎาคม 2499 จนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง คือวันที่ 15 กรกฎาคม 2509 แล้ว ก็เห็นได้ว่ายังไม่ครบ 10 ปี จึงไม่อาจได้กรรมสิทธิ์ตามมาตรา 1382 พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 239/2514 นายอมร จูตะกานนท์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ นายประสาน กูบกระบี่ จำเลย จำเลยร่วม จำเลย มัสยิดอัลฮิดายะฮ์ จำเลย ป.พ.พ. ม. 68 , ม. 521 , ม. 525 , ม. 1382 พ.ร.บ.มัสยิดอิสลาม พ.ศ.2490 ม. 5