ฎีกาที่ 1747/2514
ข้อมูลจากแหล่งทางการของศาลฎีกา
คำพิพากษาฎีกานี้นำเข้าจาก เว็บไซต์ศาลฎีกา เพื่อใช้ตรวจค้นในระบบ local ควรตรวจสอบต้นฉบับจากแหล่งทางการก่อนนำไปอ้างอิง
ย่อสั้น
ผู้ตาย บุกรุก ขึ้นไปบนบ้านและเข้าไปในห้องนอนของจำเลยซึ่งเป็นหญิงที่อยู่บ้านแต่ลำพังคนเดียวในเวลาวิกาลและมืด เมื่อจำเลยวิ่งหนีออกมา ผู้ตายก็เข้ากอดปล้ำจนกระทำมิดีมิร้ายจำเลยจำเลยจึงใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตายไปในขณะนั้นเพื่อให้ปล่อยผู้ตายไม่ปล่อย จำเลยแทงซ้ำจนผู้ตายปล่อยจำเลย เป็นบาดแผลที่หน้าอก 2 แผล ที่ชายโครง 3 แผล ลึก 2 เซ็นติเมตร ผู้ตายถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นการกระทำป้องกันพอสมควรแก่เหตุ
ย่อยาว
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2512 เวลากลางคืน จำเลยใช้มีดปลายแหลมแทงนายชู ใจดี โดยเจตนาฆ่า และนายชูถึงแก่ความตายเหตุเกิดที่ตำบลท่าไม้รวก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ริบมีดของกลาง จำเลยให้การว่าแทงผู้ตายเพื่อป้องกันตนและทรัพย์สิน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า จำเลยกระทำป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 จำคุก 1 ปี มีดของกลางริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 พิพากษากลับ ยกฟ้องโจทก์ มีดของกลางริบ โจทก์ฎีกา ปัญหาในชั้นฎีกามีว่า เป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ตายได้ บุกรุก เข้าไปในห้องนอนของจำเลยซึ่งเป็นผู้หญิงในเวลากลางคืนในขณะที่จำเลยอยู่ลำพังผู้เดียว เข้ากอดปล้ำขัดขาจำเลยอันเป็นการส่อแสดงว่าจะกระทำมิดีมิร้ายแก่จำเลย เมื่อจำเลยใช้มีดแทงผู้ตายเพื่อให้ปล่อย ผู้ตายก็ไม่ยอมปล่อย จำเลยจึงแทงซ้ำ พอผู้ตายปล่อยจำเลย จำเลยก็มิได้แทงผู้ตายต่อไปอีก การกระทำของผู้ตายเห็นได้ชัดแล้วว่าเป็นการประสงค์ร้ายแก่จำเลย จำเลยซึ่งตกอยู่ในภาวะเหตุการณ์ฉุกละหุกเช่นนั้น จำเลยย่อมไม่มีเวลาที่จะคิดเป็นอย่างอื่นได้ นอกจากจะป้องกันตัวให้พ้นภัยจากการกระทำของผู้ตายซึ่งย่อมจะแข็งแรงกว่าที่เข้าปลุกปล้ำล่วงเกินตนอยู่ อีกประการหนึ่งการที่จำเลยแทงผู้ตายไปในขณะปลุกปล้ำติดพันกันดังกล่าว จำเลยไม่มีโอกาสที่จะเลือกแทงผู้ตายให้ถูกในที่สำคัญได้ นอกจากจะกระทำไปเพื่อหยุดยั้งการกระทำของผู้ตายเท่านั้น ฉะนั้น การที่จำเลยแทงผู้ตายตามพฤติการณ์ดังกล่าว จึงเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ จำเลยไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น จึงพิพากษายืน ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1747/2514 อัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นางห่วง ยอดทอง จำเลย ป.อ. ม. 288 , ม. 68 , ม. 69